ตามล่าหา“มูซังคิง”พบปลูกในไทยคุณภาพดีกว่ามาเลย์ (คลิป)

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย – ดลมนัส  กาเจ

           เราออกจากสวนทุเรียน”มูซังคิง”ของ ”ชาติ  รถกระบะ” ชาวมาเลเซีย เชื้อสายไทย ที่บ้านเขาไหล ต.สิ เขตเมืองอลอสตาร์ รัฐเคดาห์ หรือเคดะห์  ประเทศมาเลเซีย มุ่งหน้าสู่ชายแดนไทย- มาเลเซีย เพื่อออกจากประเทศมาเลเซียดินแดนจุดกำเนิดทุเรียนพันธุ์ดีที่สุดของมาเลเซีย “มูซังคิง” (Musangking)  หลังจากที่ได้ไปชมสวนทุเรียนสายพันธุ์”มูซังคิงค์” ที่นั่น  จุดหมายปลายทางในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้นที่สวนทุเรียน”มูซังคิง” ของโกผอม “ซินเกี้ยว  แซ่เซ่น “ พ่อค้าส่งออกผลไม้(เน้นทุเรียน)ไปยังประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ ที่แอบปลูกทุกเรียนสายพันธุ์”มูซังคิง” ของมาเลเซีย” มานานกว่า 15 ปีแล้วที่ ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา

         เช้าวันใหม่ คณะเราออกจากที่พัก ไปยังล้งทุเรียนของโกผอมในตลาดเบตง ก่อนที่โกผมจะนำคณะของเราลัดเลาะตามเนินเขามุ่งหน้าสู่ทุเรียนมูซังคิงในพื้นที่เป็นเนินเขา ไปถึงสวน ที่เขาปลูกในพื้นที่ราว 10 ไร่ เป็นทุเรียนมูงซังคิงกว่า 100 ต้น ที่เหลือเป็นพวงมณีอีกจำนวนหนึ่ง

        จากการสอบถาม”ชาติ  รถกระบะ” ชาวมาเลเซีย เชื้อสายไทย ที่ปลูกทุเรียนมูซังคิงที่บ้านเขาไหล ต.สิ เขตเมืองอลอสตาร์ รัฐเคดาห์ ของมาเลเซียนนั้น เขาปลูกมูซังคิงใช้เวลา 5-6 ปีกว่าจะมีผลผลิต แต่ของโกผอม บอกว่าใช้เวลเพียง 4 ปีเท่านั้นสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว

          อย่างไรก็ตามจากการสังเกตุในสวนของ ชาติ ในมาเลเซีย ต้นทุกเรียนอายุ 25 ปีต้นสูงราว 20-25 เมตร ผลทุเรียนจำนวนไม่น้อยที่มีรูปทรงบิดเบี้ยว ไม่เต็มพู ขนาดไม่แน่นอน แต่ของโกผทอายุ 15 ปีต้นไม่สูงนัก ที่สำคัญผลผลิตที่ออกมาดกมาก ขึ้นห้อยระย้าตามกิ่งเต็มไปหมด  ผลรูปทรงกลมรี และสวย  เนื้อสวย เมล็ดลีบ พอได้ลองชิมรสชาติของทุเรียนจะอร่อยกว่า เนื้อทุเรียนมีความเหนียว หรืออาจเป็นไปได้ที่ทุเรียนในมาเลเซียกินผลสุกเกินไปทำให้รสชาติหวานมากไป

          โกผอม บอกว่า ปกติมีอาชีพส่งออกทุเรียนไปมาเลเซีย และสิงคโปร์ มาหลายสิบปีแล้ว และไปเห็นทุเรียนสายพันุ์ รายากูงิด(ชื่อเดิมของมูซังคิง) คนจีนเรียกว่า “เหมา ซาน หวาง”หรือ”เหมา ซาน หว่อง” คนนิยมมาก แต่มีปริมาณน้อย พอมีโอกาส ไปรู้จักเจ้าของสวนทุเรียนในมาเลเซีย เลยเอากิ่งมา แล้วมาทาบกิ่งกับต้นต่อทุเรียนพื้นเมืองของภาคใต้ แล้วขยายพันธุ์เอง มาปลูกในสวนได้กว่า 100 ต้น จะมีพ่อค้ามาเหมาซื้อทุกปี ราคา กก.ละ 300 -400 บาท แต่ปีราคาสูงขึ้น เพราะมูซังคิง เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น รวมในประเทศจีนด้วย

         “มาปลูกบ้านเรา  ปลูกแบบทุเรียนทั่วไป ต้องดูแล ต้องให้ระบบน้ำหยด ใส่ปุ๋ย ทำให้ผลดก คุณภาพของทุเรียน ผมว่าดีกว่า คนมาเลย์เองบอกว่าของเรารสชาติดี ผลผลิตบางผลหนัก 4 กก.ขณะที่มาเลเซีย เต็มที่ผลละ 2.8 กก.เท่านั้น    ทำให้ชาวมาเลเซียมาซื้อกิ่งพันธุ์ที่นี่กลับไปปลูกในมาเลเซีย อย่างปีนี้จะได้กว่า 5,000 ผล หรือประมาณ 15  ตัน ตอนนี้มีคนเสนอราคาแล้ว กก.ละ  55 ริงกิต มาเลเซีย หรือกว่า กก.ละ 400 บาท แบบยกสวนไปเลย” โกผอม กล่าว     

         ด้าน “สัญชัย  ปุรณะชัยคีรี” อดีตนายกสมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย บอกว่า ทุเรียนมูซังคิง เป็นทุเรียนที่มีอนาคต เพราะไม่ต้องเริ่มต้นทำการตลาด เนื่องจากมาเลเซียทำตลาดจนเป็นที่รู้จักอย่างดีแล้ว โดยเฉพาะตลาดในประเทศจีน ซึ่งถือว่าตลาดใหญ่ มีความต้องการสูงมาก แต่ปริมาณมีน้อย เพราะมาเลเซียเอง ยังต้องการบริโภคภายในประเทศก็ไม่เพียงพอ หากเกษตรกรไทยปลูก มีตลาดแน่นอน ปลูกก่อนได้เปรียบ  

        “ที่สวนโกผอม ประเมินแล้วน่าจะได้กว่า 5,000 ผล ผมยินดีที่จะซื้อทั้งหมดในราคากก.ละ 55 ริงกิตมาเลเซีย และจะเป็นทุเรียนมูซังคิง ล็อตแรกที่ปลูกในประเทศไทย ส่งไปยังประเทศจีน ตอนนี้น้องสาวผม ก็เตรียมที่ปลูกเองแล้ว และทราบมาว่าแถวภาคตะวันออก มีเกษตรกรชาวสวนยางเตรียมโค่นต้นยางจะปลูกทุเรียนสายพันธุ์นี้ เพราะในประเทศไทยมีเอกชนผลิตต้นกล้าจำหน่ายกันแล้ว” สัญชัย กล่าวอย่างมั่นใจ ก่อนที่พวกเราจะแยกย้ายกลับสู่ กทม.ในเย็นวันเดียวกัน

        สนใจกิ่งพันธุ์มูซังคิงแท้ๆ พบกันในบูธ โซนเกษตรงาน”  “กองทัพอากาศกับศาสตร์พระราชา” ระหว่างวันที่ 27 ก.ค. – 6 สิงหาคม . 2560  ณ.สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) กองทัพอากาศ ดอนเมือง  ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น.หรือสั่งจองที่ 081-554-6816 มีจำนวนจำกัดครับ!