ตามล่าหาความจริง“มูซังคิง”สุดยอดทุเรียนมาเลย์

  •  
  •  
  •  
  •  

 โดย – ดลมนัส  กาเจ

                                                                               ชาติ  รถกระบะ

           ““มูซังคิง ก็เป็นหนึ่งในหลายสายพันธุ์ของทุเรียนพื้นเมืองของมาเลเซีย ที่ถือว่าดีที่สุดกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นรสชาติ ความเหนียวของเนื้อทุเรียน ความหวานมัน เนื้อเยอะ เมล็ดลีบ เชื่อว่ามีแหล่งกำเนิดจริงน่าจะเป็นในพื้นที่รัฐกลันตัน”

          ยามเช้าในวันท้องฟ้าปิด เรานัดพบกันที่สนามบินนานาชาติหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อเดินทางพร้อมกันไปยังแดนเสือเหลือง จุดหมายปลายทางที่บ้านเขาไหล ต.สิ เขตเมืองอลอสตาร์ รัฐเคดาห์ หรือเคดะห์  ประเทศมาเลเซีย ดินแดนจุดกำเนิดทุเรียนพันธุ์ดีที่สุดของมาเลเซีย “มูซังคิง” (Musangking) ปัจจุบันกลายเป็นทุกเรียนยอดฮิตของผู้บริโภคระดับไฮโซในเมืองใหญ่ของสาธารณะรัฐประชาชนชนจีน หรือจีน รวมถึงสิงค์โปร์ ล่าสุดพบว่าสามารถปลูกได้ดีในประเทศไทยได้ดีมาก และมีราคาแพงด้วย

          หากคนที่ติดตามข่าวสารของบ้านเมือง คงจะจำกันได้ว่า เมื่อ 6 ปีก่อน ราวปี 2554 นายกรัฐของมาเลเซีย “ราจิบ ราซัค” ได้นำทุเรียนพันธุ์ มูซังคิง  ไปฝากนายกรัฐมนตรี”เวิน เจียเป่า ของจีน(สมัยนั้น) อันถือเป็นฤกษ์งามยามดี ที่ทางการจีนเปิดไฟเขียวให้มาเลเซีย มีโอกาสส่งออกทุเรียนไปเข้าสู่ตลาดจีนกลายเป็นทุเรียนตลาดบนยอดนิยมของชาวจีนในวันนี้

          เราเลือกเส้นทางผ่านแดนที่ด่านบ้านประกอบ อ.นาทวี จ.สงขลา เป็นด่านใหม่ที่ผู้คนไม่จอแจนัก คณะของเราใช้เวลาราวเกือบๆ 3 ชั่วโรงไปถึงสวนทุกเรียนสายพันธุ์มูซังคิง ในมาเลเซีย โดยมีเจ้าของสวน ”ชาติ  รถกระบะ” ชาวมาเลเซีย เชื้อสายไทย และสมาชิกบ้านรวมถึงชาวสวนรายอื่นที่บ้านเขาไหล ต.สิ เขตอลอสตาร์ให้การต้อนรับ ท่ามกลางกองทุเรียนมูซังคิง ที่เตรียมพร้อมให้คณะของเราได้ชิมแบบไม่อั้นทั้งที่แกะออกมาเรียบร้อยแล้ว และมีผลทุเรียนให้พวกเราทดลองแกะเปลือกเองด้วย

          “คนไทยมีหมอนทอง ของมาเลย์เรามีมูซังคิง” เสียงชายหนุ่มใหญ่วัย 50 ปีเอยขึ้นมาเชิงตลก หลังจากที่กล่าวต้อนรับและทักทายตามมารยาทของเจ้าของสถานที เป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่ ชาติ จะเล่าที่มาของมูซังคิงว่า

         “มูซังคิง ก็เป็นหนึ่งในหลายสายพันธุ์ของทุเรียนพื้นเมืองของมาเลเซีย ที่ถือว่าดีที่สุดกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นรสชาติ ความเหนียวของเนื้อทุเรียน ความหวานมัน เนื้อเยอะ เมล็ดลีบ เชื่อว่ามีแหล่งกำเนิดจริงน่าจะเป็นในพื้นที่รัฐกลันตัน ซึ่งเป็นเทือกเขาที่เชื่อมต่อกับรัฐเคดาห์ด้วย เดิมมีชื่อว่า “รายากูงิด“ หรือพยาขมิ้น เนื่องเนื้อออกเหลืองราวกับขมิ้น” ชาติ กล่าว

          ความอร่อยของทุเรียนมูซังคิง ไม่เพียงแต่คนชอบเท่านั้น หากแต่สัตว์ป่าโดยเฉพาะชมด หรืออีเห็น รวมถึงกระรอกด้วย ทำให้รัฐบาลมาเลเซียน เปลี่ยนชื่อใหม่ว่า “มูซังคิง” หรือแปลว่า “ราชาแมวป่า” หรือชะมด ที่ภาษามาลายูเรียนกว่า มูซัง นั่นเอง แต่คนจีนมาเลย์จะเรียกว่า”เหมา ซัง หวัง” บางคนเรียกว่า “มูซังหว่อง” ขึ้นกับสำเนียงแต่ละท้องถิ่น แต่หลังจากที่รัฐบาลได้ทำตลาดแล้ว และเป็นที่ยอมรับ รัฐบาลจึงส่งเสริมให้เกษตรกรเพื่อส่งออก แต่กระนั่นมูซังคิง ยังส่งออกน้อยมาก เพราะความต้องการของตลาดภายในประเทศสูงมาก ขายกันในราคาท้องตลาด กก.ละ 100 -120 ริงกิต หรือราว กก.800-1,000 บาทไทย แต่รัฐบาลกำหนดราคาซื้อจากสวนอยู่ที่ 85 ริงกิต หรือประมาณ กก.ละ 660 บาท ( 1 ริงกิต คิดเป็นเงินไทย 7.8 บาท)

          ทุเรียนมูซังคิง หากดูผิวเผินจะคล้ายกับพวงมณีของของไทย มีผลขนาด 1.8-2.5 กก.เปลือกผลเทาเหลือง หนามใหญ่ปลายแหลม ก้านยาว ข้อแตกต่างคือเปลือกนอกของมูซังคิง มีลายทางที่ก้นของผล บอกถึงร่องแยกของพูทุเรียนอย่างชัดเจนเป็นแฉกๆ โคนก้านติดกับผลจะมีรูปมงกุฏครอบรอบก้าน พอฉีกออกมาเนื้อทุเรียนมูซังคิงสีเหลืองอร่าม เมล็บแบนลีบ เนื้อเยอะ เหนียว  และแต่พวงมณีสีจะเข้ม เมล็ดโต  กว่า โดยคนมาเลเซียนิยมบริโภคทุเรียนที่สุกหล่นจากต้น จึงเก็บไปขายได้

         “ทุเรียนมูซังคิงมีคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างไปจากทุเรียนสายพันธุ์อื่น หากเราต้องการเก็บไว้รับประทานนอกฤดูกาล เราสามารถแกะพูออกมา ไปแช่ช่องฟิตในตู้เย็นเก็บได้นานกว่าครึ่งปีครับ รสชาติ กลิ่นเหมือนเดิม” เขา อธิบายอย่างมั่นใจ

            ชาติ ปลูกทุเรียนมูซังคิงมา 23 ปี ทำให้ต้นทุเรียนมีความสูงราว 20 เมตร โดยครั้งแรกเขาซื้อกิ่งพันธุ์ที่มาจากรัฐกลันตัน ในราคาต้นละ 25 ริงกิต จำนวน 50 ต้น มาปลูกในพื้นที่ 3 ไร่สลับไม้ผลอย่างอื่นด้วย หลังปลูกได้ 5-6 ปีจะออกผลผลิต อย่างปัจจุบันจะออกผลต้นละ 150-200 ผลต่อต้น พอที่รัฐบาลเปลี่ยนชื่อใหม่จากรายากูงิด มาเป็นมูซังคิง ราคาสูงขึ้นเรื่อยๆล่าสุดเขาปลูกเพิ่มอีก เป็น  100  ต้น อย่างปีที่ผ่านมาเก็บผลขายได้เงินมาหลักล้านบาท

           จากความสัมพันธุ์ระดับท้องถิ่นของชาวมาเลเซีย และคนไทยที่อาศัยอยู่ตามแนวรอยตะเขบชายแดนไทย-มาเลเซียในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ ทำให้ทุเรียนมูซังคิง มีการปลูกในประเทศไทย มาเกือบ 20 ปีแล้ว โดยคนไทยมาทาบกิ่งกับทุเรียนพื้นเมือง และดูเหมือนว่าจะมีคุณภาพดีกว่า ทำให้คนมาเลเซียนมาซื้อกิ่งพันธุ์ไปปลูกในมาเลเซียน ส่วนผลผลิตออกมามีการแย่งซื้อในราคาจากสวนไม่กว่า กก.ละ 400 บาท และแย่งซื้อยกสวนด้วย

             อาทิตย์หน้า จะมาเล่าถึงตอน “การตามล่าหาความจริง ทุเรียนมูซังคิงค์ ที่ปลูกในประเทศไทย” ที่สุดใต้แดนสยาม อ.เบตง จ.ยะลา หากสนใจกิ่งพันธุ์มูงซังคิงแท้ๆ พบกันในบูธ โซนเกษตรงาน”  “กองทัพอากาศกับศาสตร์พระราชา” ระหว่างวันที่ 27 ก.ค. – 6 สิงหาคม . 2560  ณ.สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) กองทัพอากาศ ดอนเมือง  ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น.หรือสั่งจองที่ 081-554-6816 มีจำนวนจำกัดครับ!

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ