“เดอะ เทมส์ แบร์ริเออร์”ความสำเร็จสกัดน้ำเค็ม

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย… ดลมนัส  กาเจ

                                                               เดอะ เทมส์ แบร์ริเออร์

  “เขื่อนกั้นแม่น้ำเทมส์เป็นเขื่อนกั้นน้ำขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศอังกฤษ สร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นลำน้ำเทมส์ที่กว้างถึง 520 เมตร  ไม่ให้เกิดอุทกภัยที่เกิดจากน้ำทะเลหนุนและคลื่นจากน้ำทะเลระหว่างการเกิดพายุ บริเวณช่องแคบอังกฤษเข้ามาทางปากแม่น้ำ”

            ตอนที่เกิดเหตุการณ์คลื่นยักษ์”ซึนามิ”เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม  2547 หรือเกือบ 13 ปีก่อน ทำให้ทั่วโลกมีการติ่นตัว ต่างวิภากษ์วิจารณ์ต่างๆนานา โดยเฉพาะที่ประเทศไทยมีการคาดคะเนว่าอีก เท่านั้นนี้ปีจะเกิดคลื่นยักษ์ฝั่งอ่าวอาจทำให้กรุงเทพฯน้ำท่วมอย่างฉับพลัน ทำให้หน่วยงานที่เกียวข้องต้องไปศึกษาดูงานอย่างคึก

            ที่จริงบ้านเรา มีน้ำท่วมแทบทุกปีอยู่แล้ว จะเห็นได้ว่า พอเข้าฤดูฝนจะมีน้ำป่า น้ำฝนไหลหลาก ท่วมบ้านเรือน ถนนหนทางถูกตัดขาด และพื้นที่การเกษตรจนเสียหายย่อยยับ ไม่ทันจะถึงหน้าแล้งเกิดภาวะภัยแล้งซ้ำซาก เพราะปริมาณน้ำที่ท่วมนั้นจะไหลลงสู่แม่น้ำและทะเลหมด แต่พอน้ำทะเลหนุนก็ทะลักเข้าสู่ปากคลองหรือแม่น้ำเกิดปัญหาน้ำน้ำเค็ม

            เราจะลงทุนสร้างเขื่อนลำบากเพราะถูกคัดจากจากองค์เอกเชนที่ทำตัวประหนึ่งว่าว่า เป็นผู้ห่วงระบบนิเวศน์วิทยาชของประเทศ  รักต้นไม้มากกว่าชีวิตคน

             ที่จริงนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เมื่อสิบปีก่อนโน้น จะต้องมีการพัฒนาแหล่งไว้เพื่ออุปโภค บริโภค และใช้ในภาคเกษตรเต็มพื้นที่ 60 ล้านไร่ภายใน 15 ปีข้างหน้า รวมถึงการหาแนวทางในการที่จะป้องกันน้ำทะลักเข้าพื้นที่เกษตรด้วย ถึงวันนี้ อย่าให้ตอบเลยว่าสร้างเพิ่มมาเท่าไรแล้ว

             กรมชลประทานสมัยนั้น ได้มีการศึกษาได้มากพอสมควร พาคณะทีมวิศวกรจากส่วนต่างๆ สังกัดกรมชลประทาน  ไปศึกษาดูงานด้านการสร้างเขื่อนกั้นน้ำ และได้เลือกที่ประเทศสหราชอาณาจักร หรืออังกฤษ และประเทศเทศเนเธอร์แลนด์  หรือ ฮอนแลนด์  เพราะ ในโลกนี้ ต้องยอมรับว่า ระบบการสร้างเขื่อน และการจัดระบบชลประทานที่ดีต้องยกให้สองประเทศนี้  เนื่องจากเป็นประเทศจะถูกรบกวนโดยน้ำเค็มมาเป็นเวลายาวนาน

             ทั้งสองประเทศนี้โชคดี  ไม่มีองค์กรใดคัดค้าน เพราะเขามองว่า การสร้างเขื่อเป็นปัจจัยที่จำเป็น เพราะชีวิตต้องใช้น้ำ ผู้คนมีเหตุผล ที่มองถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ต่างบ้านเราคนที่ค้านแทบจะไม่รู้ในเรื่องของเขื่อนเลย อ้างอย่างเดียวทำลายระบบนิเวศฯและสิ่งแวดล้อม

              ว่ากันว่าที่ไปดูงานในครั้งนั้น เพื่อจะนำมาประยุกต์ใช้กับประเทศไทยที่มีปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำในพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งมีพื้นที่การเกษตรจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่ลุ่มน้ำท่าจีน แม่กลอง (สมุทรสงคราม) รวมถึงบางปะกง     ที่ทำให้เกิดภาวะ 3 น้ำคือบางฤดูกาลมีน้ำจืด บางฤดูกาลเกิดน้ำกร่อย และบางฤดูกาลที่มีน้ำเค็ม แม้กระทั่งการป้องกันน้ำทะลักเข้าทางปากแม่น้ำเจ้าพระยาที่อาจเกิดน้ำท่วมในกรุงเทพฯในอนาคตด้วย

                   คณะที่ไปตอนนั้น

             ในครั้งนั้นได้มีโอกาสไปทำข่าวและดูงานกับคณะของกรมชลประทาด้วย ที่ประเทศอังกฤษ 1 โครงการ ที่ฮอนแลนด์ 2 โครงการ โดยที่ประเทศอังกฤษเลือกศึกษาโครงการ เดอะ เทมส์ แบร์ริเออร์ (The Thames Barrier) ซึ่งเป็นประตูกั้นน้ำหรือเขื่อนกั้นน้ำเค็ม ที่แม่น้ำเทมศ์ ที่บริเวนเขต วูลวิช ( Woolwich ) ห่างจากกรุงลอนดอนไปทางทิศตะวันออก 17 ไมล์ และห่างจากปากแม่น้ำเทมส์ 50 ไมล์ และเคยเขียนเรื่องนี้ลงใน”คมชัดลึก”มาครั้งหนึ่งแล้ว และปีนี้เกษตรกรที่อยู่ตามลำน้ำในบ้านเรากำลังประสบปัญหาน้ำเค็มทะเฃลัก จึงยกตัวอย่างและนำเรื่องมาเขียนอีกครั้ง

              เดอะ เทมส์ แบร์ริเออร์ สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517และเสร็จในปี พ.ศ.  2525  ใช้ระยะเวลาก่อสร้างทั้งหมด 8 ปี เริ่มทดลองใช้งานครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2526 และเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่  8 พฤษภาคม  พ.ศ. 2527

              เขื่อนกั้นแม่น้ำเทมส์เป็นเขื่อนกั้นน้ำขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศอังกฤษ สร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นลำน้ำเทมส์ที่กว้างถึง 520 เมตร  ไม่ให้เกิดอุทกภัยที่เกิดจากน้ำทะเลหนุนและคลื่นจากน้ำทะเลระหว่างการเกิดพายุ บริเวณช่องแคบอังกฤษเข้ามาทางปากแม่น้ำ เป็นเขื่อนที่มีความงดงามทั้งทางด้านสถาปัตยกรรมและการใช้เทคโนโลยีในการใช้งาน โดยเฉพาะการออกแบบบานประตูเรือสัญจรขนาดใหญ่ ที่สามารถเปิดให้เรือเดินสมุทรแล่นผ่านเข้า-ออกไปเทียบท่าเรือลอนดอนได้ เพราะระบบควบคุมบังคับปิด-เปิดบานประตูขนาดใหญ่ ซึ่งมีประตูถึง10 ช่อง

               การออกแบบนั้นตอนกลางของตัวเขื่อนเป็นประตูเรือสัญจร  6 ช่อง สำหรับเรือเดินสมุทร 4 ช่อง และเรือบรรทุกน้ำมัน แพซุง และเรือขนาดเล็กของราษฎรสัญจร 2 ช่อง บริเวณด้านริมฝั่งเป็นประตูสำหรับระบายน้ำ 4 ช่อง   ใช้งบประมาณก่อสร้างถึง 440 ล้านปอนด์สมัยนั้น  ปอนด์เท่ากับเงินไทย 71 บาท

           จำได้คนที่บรรยาย ชื่อ นายฮุนเซน   รูแจ๊ค (Hunsen  Rujak ) วิทยากรประจำโครงการ เดอะ เทมส์ แบร์ริเออร์ บอกว่า โครงการนี้เกิดจากภัยพิบัติที่เกิดมาจากอุทกภัยครั้งใหญ่ 2 ครั้ง โดยครั้งแรกในปี ค.ศ.1928  (พ.ศ.2471) เกิดคลื่นยักษ์จากมหาสมุทรแอ๊ตแลนติก ทะลักเข้าทางแม่น้ำเทมส์ ล้นตลิ่งท่วมที่ลุ่มต่ำของกรุงลอนลอนประเทศอังกฤษ สร้างความเสียหายอย่างหนัก และมีชาวอังกฤษเสียชีวิต 14 คน

                                                                                                              ฮุนเซน   รูแจ๊ค

      ให้หลังอีก 25 ปี ในปี ค.ศ.1953 หรือ พ.ศ.2496 ได้เกิดเหตุลักษณะเดียวกัน แต่แรงกว่า ที่บริเวณชายฝั่งทะเลทิศตะวันออกของเกาะอังกฤษและบริเวณปากแม่น้ำเทมส์ สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนของราษฎรที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นจำนวนมาก และมีราษฎรเสียชีวิตกว่า 300 คน หากอุทกภัยครั้งนั้นเคลื่อนตัวเข้ามาสู่บริเวณใจกรุงกรุงลอนดอน จะทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตตลอดจนทรัพย์สินอย่างมหาศาล  ทางรัฐบาลอังกฤษจึงสั่งให้มีการศึกษาหาสาเหตุและหาทางป้องกันขึ้นมา

       แรกๆเขาบอกว่า มีกาเสนอให้สร้างคันกั้นน้ำตลอดแนว สองฝากฝั่งของลำน้ำเทมส์ให้สูงขึ้นเหนืออิทธิพลของคลื่นที่เกิดจากพายุในท้องทะเลที่จะพัดเข้าแม่น้ำเทมส์ แต่มีปัญหาต่อสภาพสิ่งแวดล้อมที่คันกั้นน้ำบดบังทัศนียภาพสองฝั่งของลำน้ำ จะส่งผลกระทบต่อกิจการด้านการท่องเที่ยวล่องเรือในแม่น้ำเทมส์ จึงเลือกวิธีสร้างเขื่อน แม้ว่าค่าใช้จ่ายสูง แต่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนจะน้อยกว่า รูปแบบที่ประตูเหล็กนรูปเสี้ยวของวงกลม ใช้ฐานคอนกรีตด้านล่างเป็นหลุมโค้งพอดีกับบานประตู เวลาเปิดบานประตูจะพับอยู่ในฐาน เวลาปิดจะให้ระบบโฮโดรลิกศ์ ดันโค้งขึ้นมากั้นน้ำทะเล โดยจะแบ่งทั้งหมดเป็น 10 ช่องดังกล่าว   กระนั้นก็มีคนค้านเช่น เพราะใช้งบมหาศาล แต่พอเห็นและใช้งานได้จริงทุกอย่างเงียบหมด เพราะคุ้มในระยะยาว  หลังจากสร้างเสร็จจนถึงปัจจุบัน ได้ปิด-เปิดมาแล้วกว่า 100 ครั้ง สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ 100 %ด้วย

                          ลักษณะประตูที่ใช้เปิด-ปิด    

       ถึงวันนี้หลังจากไปดูงานแล้ว ยังม่เห็นประยุกต์อะไรเลย เกษตรกรยังต้องเผชิญกับชะตามกรรมน้ำเค็มทะลักเข้าสู่แปลงเกษตรเหมือนเดิม