กึกก้องชม”ผู้ใหญ่ใจดี” ในวันมอบ”โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน’

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย…ดลมนัส  กาเจ

“โรงเรียนเราได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ใจดีทั้ง 2 องค์กร ซึ่งโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ทำให้เด็กๆได้เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงไก่ไข่ การทำบัญชีจากผลผลิตไข่ไก่  ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเด็กๆ ในอนาคตหลังจากที่จบการศึกษาไปแล้วสามารถนำไปประกอบอาชีพได้”

           เสียงกึกก้องดังกังวาน ผ่านเครื่องกระจายเสียงจากเด็กนักเรียนตัวน้อยตัวๆที่แทนจากชนเผ่าต่างๆผ่านภาษาต่างๆทั้งภาษาไทย ม้ง กะเหรียง จีน  และเมียนมาร์  ณ ลานที่โอบล้อมด้วยขุนเขาที่โรงเรียนไทยราษฎร์คีรี ต.ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก ที่เชยชม และยกย่องผู้ใหญ่ใจดี ในวันวานที่มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟส่งมอบโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนให้กับโรงเรียนแห่งนี้ ตามนโยบายส่งเสริมภาวะโภชนาการที่ดีให้เด็กนักเรียนทั่วประเทศของซีพีเอฟ และในปีนี้ส่งมอบเพิ่มอีก 70 โรงเรียน ให้นักเรียน 16,700 คน ได้รับโปรตีนคุณภาพดี ชุมชนใกล้เคียงได้บริโภคไข่สดราคาย่อมเยา ก่อนที่ส่งเสนริมให้ครบ 1.000 แห่งในอนาคต


            ล่าสุดได้จัดพิธีส่งมอบโครงการจัดขึ้นที่่โรงเรียนไทยราษฎร์คีรี ต.ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2560 โดยมีตัวแทนของโรงเรียนเครือข่ายในโครงการฯ พร้อมด้วยผู้นำชุมชนและผู้บริหารซีพีเอฟร่วมโครงการในครั้งนี้ ซึ่งครอบคลุมโรงเรียนในพื้นที่ภาคเหนือ 25 โรงเรียน ภาคกลาง 8 โรงเรียน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 27 โรงเรียน และภาคใต้ 10 โรงเรียน พันธุ์ไก่ไข่รวม 11,000 ตัว อาหารสัตว์จำนวน 440,000 กิโลกรัม มูลค่ารวม 17 ล้านบาท

          “หนูรู้สึกปิติยินดีที่ผู้ใหญ่ใจดีจากซีพีเอฟ และมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ที่ให้ความสำคัญกับอาหารกลางวันของพวกหนู ด้วยการมอบโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนให้กับโรงเรียน นอกพวกหนูจะได้รับประทานอาหารที่มีโปรตีนแล้ว ยังเป็นส่งเสริมอาชีพให้พวกหนูได้เรียนรู้วิธีการเลี้ยงไก่ไข่ด้วย หนูจึงสมัครเข้าร่วมโรงการเลี้ยงไก่ไข่กับโรงเรียน โดยใช้วลชาช่วงเจ็ดโมงเช้ามาดูแลเรื่องอาหาร พอเที่ยง มาเกลี่ยอากหารอีกรอบ  ตกเย็นเก็บไข่ ทำความสะอาดบันทึกข้อมูล และให้อาหารอีกเป็นอย่างนี้ทุก หนูคิดความรู้ที่ได้มาหนูอาจนำไปเลี้ยงที่บ้านก็ได้ กำลังคิดอยู่ พวกหนูขอขอบพระคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกคนค่ะ”เด็กน้อยวัย -13 ขวบ”ด.ญ.รุจิรา  วดีสุขเกษม”จากชั้นมัธยมปีที่ 1หรือ ม. 1 โรงเรียนไทยราษฎร์คีรี กล่าวอย่างไร้เดียงสา

           ดร.นงนุช ชุมภูเทพ ผู้อำนวยการโรงเรียนไทยราษฎร์คีรี บอกว่า โรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนทั้งหมด 61ภ  คน มีแยกแห่งหนึ่งชื่อเดียวกันมันักเรียร 202 คน รวม 816 คน ซึ่งปกติทางโรงเรียนมีโครงการอาหารกลางวันอยู่แล้ว โดยให้เด็กปลูกพืชผักส่วนครั้ง เลี้ยงปลา เลี้ยงสัตว์ ซึ่งส่วนหนึ่งนำมาเป็นอาหารอีกส่วนขายในชุมชนนำเงินมาใช้ในโครงการอาหารกลางวันเช่นกัน ต่อมาเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 ทางได้สนับสนุน”โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” จากการสนับสนุนจากซีพีเอฟโดยผ่านมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และมีการส่งมอบเรีนยร้อยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2560 จะทำให้นักเรียนได้บริโภคโปรตีนคุณภาพดีจากไข่ไก่ได้ 2-3 วันต่อสัปดาห์ เป็นการส่งเสริมให้เด็กมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง ลดภาวะทุพโภชนาการในเด็ก โดยโรงเรียนตั้งใจดำเนินการและบูรณาการสู่การเรียนการสอน ต่อยอดกิจกรรมเพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้และมีทักษะในการประกอบอาชีพ หลังจากที่ได้รับการถ่ายทอดความรู้การเลี้ยงสัตว์และรับมอบโครงการแล้ว

          สำหรับโรงเรียนไทยราษฎร์คีรี เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่1-มัธยมปีที่ 3  ซึ่ง 80% ของจำนวนนักเรียนเป็นเด็กชาวเขาหลายชนเผ่า เช่น พม่า กะเหรี่ยง มอญ และม้ง ในจำนวนมี 50% ผู้ปกครองมีฐานะยากจน ประกอบอาชีพด้านการเกษตร  มีรายได้ไม่แน่นอน ที่ผ่านมาโรงเรียนพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้เด็กๆได้รับโภชนาการที่ดี  จากการดำเนินโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ทั้งปลูกผักตามฤดูกาล  เพาะเห็ดจิ๋ว เลี้ยงกบ และเลี้ยงปลา เพื่อใช้ปรุงอาหารกลางวันให้กับนักเรียน ทำให้ภาวะทุพโภชนาการลดลง

         “โรงเรียนเราได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ใจดีทั้ง 2 องค์กร ซึ่งโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ทำให้เด็กๆได้เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงไก่ไข่ การทำบัญชีจากผลผลิตไข่ไก่  ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเด็กๆ ในอนาคตหลังจากที่จบการศึกษาไปแล้วสามารถนำไปประกอบอาชีพได้” ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าว

          ด้าน นายชุติเดช มีจันทร์ ปลัดจังหวัดตากในฐานะประธานส่งมอบโครงการฯ  กล่าวว่า ถือเป็นโอกาสดีที่โรงเรียนไทยราษฎร์คีรี ได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของ 70 โรงเรียนทั่วประเทศที่ได้รับการสนับสนุนโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ซึ่งทุกโรงเรียนที่ได้รับการสนับสนุนโครงการในครั้งนี้ จะนำไปพัฒนาและต่อยอดโครงการไปสู่การเป็นต้นแบบแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน

        ส่วน นายสุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์  ประธานคณะผู้บริหารธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) ซีพีเอฟ  กล่าวว่า ในฐานะผู้ผลิตอาหารชั้นนำ บริษัทให้ความสำคัญกับอาหารมั่นคงและการเข้าถึงอาหารภายใต้วิสัยทัศน์ “ครัวของโลก” เพื่อให้คนไทยและผู้บริโภคทั่วโลกได้บริโภคอาหารปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมโภชนาการที่ดีให้เด็กนักเรียนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ รวมไปถึงการแก้ปัญหาทุพโภชนาการของคนในประเทศ

         “การรับผิดชอบต่อสังคมเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของบริษัท โดยเฉพาะการส่งมอบโครงการในวันนี้แก่ 70 โรงเรียน จะทำให้นักเรียน 16,700 คน ได้รับอาหารปลอดภัยและมีคุณภาพ ซึ่งจะช่วยยกระดับโภชนาการของคนไทยอย่างยั่งยืน” นายสุขสันต์ กล่าว

         ขณะที่ นายอภัยชนม์ วัชรสินธุ์ กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท กล่าวว่า กว่า 20 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิฯน้อมนำงานตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาสนับสนุนให้แก่โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งปัจจุบันมีโรงเรียนทั่วประเทศ 660 แห่งเข้าร่วมโครงการฯ ประกอบด้วย โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) 128 แห่ง โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และอื่นๆ 532 แห่ง ส่งผลให้นักเรียน 140,000 คน ครูกว่า 8,000 คน และชุมชน 900 ชุมชนได้รับประโยชน์  ซึ่งการดำเนินโครงการได้รับการสนับสนุนจากซีพีเอฟในการจัดสรรผู้ชำนาญการและสัตวบาลมาร่วมพิจารณาคัดเลือกโรงเรียนร่วมโครงการ ติดตามให้ความรู้  ให้คำแนะนำปรึกษาด้านการเลี้ยงการจัดการแก่ครูและนักเรียนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศมาอย่างต่อเนื่อง

         สำหรับปี 2561 มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบทเปิดรับสมัครโรงเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาทั่วทุกภาคเข้าร่วมโครงการ โดยมีเป้าหมายคัดเลือกโรงเรียนที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของโครงการจำนวน 90 โรงเรียน จากโรงเรียนที่สมัครเข้ามาทั้งหมด 200 กว่าโรงเรียน และมีเป้าหมายภายในปี 2564 จะมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนจำนวน  1,000 โรงเรียน
          นับเป็นโครงการดีๆจากผู้ใหญ่ใจมอบให้ ซึ่งไม่เพียงแต่เด็กจะบริโภคอาหารที่คุณค่าทางโภชนาการมากขึ้นแล้ว ยังเป็นส่งเสริมให้เด็กมีความรู้ในการอาชีพที่อาจจะนำไปต่อยอดเลี้ยงไก่ไข่เองได้ในอนาคต
 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ