ในหลวง’กับวิกฤติ‘น้ำ’

  •  
  •  
  •  
  •  

ยิ่งใกล้วันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในวันที่ 26 ตุลาคมที่จะถึงนี้ ทุกดวงจิตดวงใจพสกนิกรชาวไทยผู้จงรักภักดี ก็มุ่งความสนใจเฝ้าติดตามเรื่องราวของพระราชพิธีที่กำลังจะมาถึงด้วยความอาลัยรัก และมุ่งหวังที่จะร่วมกันส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยเป็นครั้งสุดท้ายให้ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ เป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลก

สื่อมวลชนต่างๆทั้งในประเทศทุกสำนัก ตลอดจนสื่อมวลชนนานาประเทศจากทั่วโลก ในช่วงเวลานี้จึงมุ่งนำเสนอข้อมูลข่าวสารพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพเป็นสำคัญ รวมถึงเรื่องราว
พระราชปณิธาน แนวทางพระราชดำริต่างๆ จนถึงพระราชกรณียกิจที่พระองค์ได้ทรงงานเพื่อความผาสุกของปวงชนชาวไทยและเผื่อแผ่ถึงพี่น้องชาวโลกในประเทศต่างๆ อาทิ แนวพระราชดำริปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” โครงการตามแนวพระราชดำริต่างๆในการแก้ไขปัญหาความยากจน ปัญหาของเกษตรกร ไม่ว่าเรื่องดินหรือเรื่องน้ำ จนถึง“ฝนหลวง” เป็นต้น

ยิ่งในช่วงเวลานี้ที่ปัญหาเรื่อง“น้ำ”กำลังสร้างความเดือดร้อนหนักให้หลายพื้นที่ของประเทศไทยเกิดวิกฤติ รวมถึงกรุงเทพมหานครเองด้วย (โดยเฉพาะวันเสาร์ 14 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา ฝนตกหนักในกรุงเทพฯจนน้ำท่วมถนนสายสำคัญๆ กว่า 50 จุด จราจรเป็นอัมพาตตลอดทั้งวัน เดือดร้อนกันแสนสาหัส ซึ่งยังคงเป็นประเด็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ มาจนถึงสัปดาห์นี้) จากการที่ปีนี้มี“น้ำฝน”มากเกินไป จนเกิดการท่วมท้นหลายระลอก แม้เข้าสู่ปลายฤดูฝนกำลังจะเริ่มต้นหนาวแล้วก็ตาม น้ำในเขื่อนใหญ่ๆหลายแห่งก็ยังต้องเร่งระบายมากขึ้น เพื่อรองรับน้ำฝนใหม่ที่ตกหนักลงมามาก

ภาวการณ์เช่นนี้ยิ่งทำให้คนไทยคิดถึงแนวทางพระราชดำริและโครงการตามแนวพระราชดำริในการแก้ไขปัญหา“น้ำท่วม”อย่างยั่งยืนที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้ให้ ไม่ว่าจะเป็นแนวทาง“แก้มลิง” หรือหลายโครงการอย่าง เช่น คลองลัดโพธิ์,เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เป็นต้น

รวมถึงรำลึกถึงน้ำพระราชหฤทัยของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีให้กับพสกนิกรไทยในยามที่ต้องเดือดร้อนกับภาวะน้ำท่วมทุกครั้ง โดยจะพระราชทานความช่วยเหลือทั้งด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และผ่านองค์กรต่างๆ ซึ่ง ในหลวงรัชกาลที่ 10 ก็ได้รับสืบทอดน้ำพระราชหฤทัยนี้ต่อมา โดยจะพระราชทานความช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยน้ำท่วม ตลอดจนได้รับสั่งต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เข้าเฝ้าฯถวายรายงานเมื่อเดือนสิงหาคม ให้เร่งช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนจากน้ำท่วมอย่างเต็มที่ ตามมาตรการต่างๆ ด้วยความรวดเร็วและทั่วถึง ลดภาระความซ้ำซ้อน ซึ่งสิ่งใดที่สถาบันจะช่วยได้ ก็จะพระราชทานมาให้ และยังรับสั่งให้แก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนในแต่ละพื้นที่ด้วย

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งจากสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เปรียบประดุจ“ฟ้า”ของปวงชนชาวไทยที่เปรียบดัง“ดิน” ขณะที่พสกนิกร“ชาวดิน”ไม่เพียงแต่ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ยังพร้อมจะเสียสละทุกอย่าง เพื่อเป็นการตอบแทนพระคุณ“ฟ้า”ด้วย

ดังจะเห็นได้จากชาวบ้านและเกษตรกรในหลายพื้นที่ซึ่งกำลังประสบกับภัยน้ำท่วมในช่วงเวลานี้ จนทรัพย์สินบ้านเรือนและไร่นาเสียหายอย่างหนัก แต่ก็ยังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ไม่เป็นไร พร้อมที่จะเสียสละยอมให้ที่ดินตัวเองเป็นพื้นที่รับน้ำแทนกรุงเทพฯ เพราะกลัวว่า น้ำจะไหลเข้าไปท่วมกรุงเทพฯ จนเกิดความเสียหายให้กับงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพที่ใกล้จะมาถึง

นี่เป็นคำพูดของป้าวันดี ศรีอุดุมเวชและมารดา ที่กำลังประสบภัยน้ำท่วมอยู่ที่ จ.สิงห์บุรี ซึ่งเชื่อว่าตรงกับใจของชาวบ้านและเกษตรกรอีกหลายพื้นที่ และได้สร้างความซาบซึ้งตรึงใจให้กับคนไทยทั้งแผ่นดินที่พากันแชร์ข้อความนี้ผ่านทางโซเชียลมีเดียอย่างมากมาย

ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว ไม่ได้อยู่บนผืนโลกที่จะสามารถพระราชทานความช่วยเหลือต่างๆ แก่คนไทยได้อีกต่อไป แต่แนวทางพระราชดำริในการแก้ปัญหา“น้ำ”ที่ได้พระราชทานไว้ให้ ถ้ารัฐบาลและผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนชาวดินทั้งหลายได้นำไปสืบสาน การปฏิบัติอย่างจริงจัง…ก็เชื่อว่า จะแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ซึ่งเท่ากับพระองค์ท่านไม่ได้จากไปไหน แต่ยังอยู่คู่แผ่นดินไทยไปตลอดกาล

 ที่มา :แนวหน้า ..โดย …สาโรช บุญแสง

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ