ส่งเสริมเครื่องจักรกลเกษตร ทางเลือกลดต้นทุน…

  •  
  •  
  •  
  •  

ดำเนินงานในโครงการส่งเสริมการให้บริการเครื่อง จักรกลทางการเกษตรและอุปกรณ์การตลาดเพื่อลดต้นทุนและช่วยเหลือเกษตรกรทดแทนแรงงานภาคการเกษตรที่มีแนวโน้มลดลง และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการในการให้บริการเครื่องจักรกลของสหกรณ์

รายงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการติดตามการดำเนินงานในโครงการส่งเสริมการให้บริการเครื่อง จักรกลทางการเกษตรและอุปกรณ์การตลาดเพื่อลดต้นทุนและช่วยเหลือเกษตรกรทดแทนแรงงานภาคการเกษตรที่มีแนวโน้มลดลง และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการในการให้บริการเครื่องจักรกลของสหกรณ์

ซึ่งการดำเนินการของโครงการ มี 2 ระยะ คือ ระยะนำร่องซึ่งดำเนินการในปี 2558 ที่ผ่านมา ได้สนับสนุนเครื่องจักรกลแบบให้เปล่าหรือครอบคลุมมูลค่าของเครื่องจักรกลเกือบทั้งหมด และในระยะขยายผลดำเนินการตั้งแต่ปี 2559 ที่ผ่านมาไปจนถึงปี พ.ศ. 2562 ซึ่งจะส่งเสริมให้สหกรณ์ที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการฯ กู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยทางโครงการฯ จะชดเชยอัตราดอกเบี้ยให้ร้อยละ 2 ต่อปี เป็นระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี

และในรอบ 9 เดือนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 ถึงเดือนมิถุนายน 2560 พบว่า เกษตรกรให้ความสนใจใช้บริการเครื่องจักรกลทางการเกษตรที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการฯ เพิ่มมากขึ้นโดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสามารถลดต้นทุนค่าบริการเกี่ยวนวดข้าวและการสีข้าวโพดได้เป็นอย่างดีทำให้มีกำไรจากการขายเพิ่มขึ้น

ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบอัตราค่าบริการเครื่องจักรกลทางการเกษตรที่สหกรณ์คิดกับสมาชิก รวมทั้งความสนใจในการใช้บริการของสมาชิก แบบก่อนและหลังสหกรณ์เข้าร่วมโครงการ ใน ปี พ.ศ. 2558/2559 และ 2559/2560 พบว่าสหกรณ์ผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดย สหกรณ์ฯ นิคมสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา เกษตรกรสมาชิกหันมาใช้บริการเครื่อง จักรกลจากสห กรณ์เพิ่มขึ้นร้อยละ 13
เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่ผ่านมา

ด้านสหกรณ์ผู้ปลูกข้าว สหกรณ์ฯ เกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด และสหกรณ์ฯ ห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ แม้อัตราค่าบริการรถเกี่ยวนวดข้าวยังคงเท่าเดิม แต่สมาชิกหันมาใช้บริการจากสหกรณ์เพิ่มขึ้นร้อยละ 78 และร้อยละ 100 ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ค่าบริการของสหกรณ์ทั้ง 2 กลุ่ม คือกลุ่มปลูกข้าว และกลุ่มปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จะเก็บค่าบริการสมาชิกต่ำกว่าค่าบริการของผู้ประกอบการภาคเอกชนอื่น ๆ

ทั้งนี้ ในการติดตามการดำเนินงานตลอดมาของเจ้าหน้าที่จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พบเพิ่มเติมด้วยว่ามีเกษตรกรจำนวนมากมาใช้บริการ ทำให้เครื่องจักรกลที่ได้รับการสนับสนุนยังไม่เพียงพอต่อการให้บริการ และการกำหนดหลักเกณฑ์ตลอดถึงเงื่อนไขในการกู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ค่อนข้างเข้มงวดจึงทำให้มีเฉพาะสหกรณ์ขนาดใหญ่ที่มีเงินทุนหมุนเวียนสูงและทำธุรกิจหลายประเภทเท่านั้นที่สามารถผ่านเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการได้

ดังนั้น หากมีการทบทวนและพิจารณาเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการให้เหมาะสมและผ่อนปรนมากกว่าที่เป็นอยู่จะเป็นการเปิดโอกาสให้สหกรณ์อื่น ๆ มีโอกาสมากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ส่วนงานที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบ ได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา.

ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์