ไปดำนา ดื่มกาแฟที่”บ้าน ๑,๐๐๐ไม้”

  •  
  •  
  •  
  •  

 

ที่นี่เป็นทางเลือกของคนรักธรรมชาติ จะพาลูกไปดำนา ดื่มกาแฟ นั่งเเนิบช้าที่ร้านนี้ เจ้าของร้านก็ยินดี

มีความฝัน แต่ไม่เลิกล้ม ไม่สิ้นหวัง แม้จะล้มลุกคลุกคลาน ก็ยังฝันต่อไป เหมือนอย่าง โก้-พชรพล ทรงศรี นักจัดสวนรายนี้ กว่าจะซื้อที่ดิน 3 ไร่ ทำตามความฝัน ก็ไม่ต่างจากหลายคนที่ไม่ได้ร่ำรวย ต้องอาศัยความเพียรพยายาม ค่อยๆ สะสม จนที่ดินแปลงนั้นเป็นของเขา

ฝันของเขาก็ไม่ได้ใหญ่โต เขาไม่ได้ต้องการบ้านหรูหรา สวนโมเดิร์นใช้วัสดุตกแต่งสวนราคาแพง แค่เดินตามรอยพระบาทในหลวง รัชกาลที่ 9 ตามแนวพระราชดำริเรื่องความพอเพียง

เขาบอกว่า ใครก็ตามที่ได้มาเห็น บ้าน๑,๐๐๐ไม้cafe & farm (ต.บางเตย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี) ที่เขาสร้างด้วยสองมือและมันสมอง ส่วนใหญ่เห็นแล้วก็จะชอบ อยากมีบ้านแบบนี้บ้าง

“ใครอยากทำ ก็ทำแบบผมได้ อันดับแรก ถามใจตัวเองก่อนว่า คุณชอบและรักมันจริงหรือเปล่า”

เขาหมายถึง เกษตรพอเพียง พออยู่ พอกิน พอใช้

“ผมเพิ่งเข้าใจคำว่าพอเพียง ตอนที่ฟองสบู่แตกปี 2540”

วิถีชีวิตเด็กบ้านนอกแบบเขา น่าจะคิดได้เร็วกว่าคนอื่น แต่ตอนนั้นเขากลับเห็นว่า เกษตรบ้านๆ เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ ไม่เห็นมีใครมีเงินเลย มีแต่ยากจน เกษตรแบบนั้นจึงไม่ใช่ความฝันของเขา

“เมื่อโตขึ้น ได้ไปใช้ชีวิตในเมือง ก็เริ่มเปรียบเทียบ เพื่อหาคำตอบให้ตัวเอง ยุคฟองสบู่แตก ผมจบมาไม่มีงานทำ ตกงาน เพราะงานจัดสวนเป็นงานฟุ่มเฟือย ก็เลยไปสมัครเป็นครูโรงเรียนเอกชน ผมได้น้อมนำเกษตรทฤษฎีใหม่มาใช้สอนนักเรียน ตอนนั้นเป็นครูเกษตรโรงเรียนแถวปากเกร็ด จ.นนทบุรี ชอบมากเลย และการเป็นครู ก็ทำให้ผมเปลี่ยนวิธีคิด ลดความใจร้อน”

เพราะร่ำเรียนสาขาวิชาพืชสวน คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เมื่ออาชีพจัดสวน ไม่มีคนจ้าง ก็ไม่เกี่ยงที่จะหันมาทำอาชีพอื่น คือเป็นครู

“สิ่งที่พระองค์ท่านพระราชดำริเรื่องความพอเพียง เป็นสิ่งที่ใช่ที่สุดสำหรับคนไทย และคิดว่า ถ้ามีที่ดินเมื่อไหร่ ผมจะทำตามแนวทางของพระองค์ท่าน ผมอยากมีบ้านที่ปลูกผัก ปลูกข้าวกินเอง เมื่อเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ผมก็เลยมารับเหมาจัดสวนอีก”

จนสามารถซื้อที่ดินที่ธนาคารขายทอดตลาดในปี 2554 เริ่มทำในสิ่งที่ตัวเองคิด ปลูกผักกินเอง เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่

พื้นที่สามไร่ที่เขาทำตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เขามองว่า พื้นที่ปริมาณแค่นี้ น้อยเกินไปที่จะสร้างผลผลิตเลี้ยงตัวเอง และมากไปที่จะอยู่แบบพอเพียง

“ถ้าอยู่แบบพอเพียง 1 ไร่ก็พอแล้ว ไม่ต้องมีลูกจ้าง แต่ถ้ามากกว่านั้นต้องจ้างคนมาช่วย เลี้ยงตัวเองยากขึ้น ผมจึงต้องเปิดบ้านให้มีรายได้ ทำเป็นออร์แกนิกฟาร์ม ขายกาแฟและอาหาร และทำบ้านเป็นออฟฟิค

เราทำเป็นคาเฟ่เล็กๆ ที่มีจุดเด่นเรื่องความพอเพียง เราอยู่ยังไง ก็ให้คนเห็นแบบนั้น มีแปลงนาให้เด็กๆ ดำนา และปลูกผักสลัด ผมเปิดเมื่อวันที่ 9 เดือน 9 ปีที่แล้ว ตอนนั้นคนเริ่มหันมาสนใจแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมากขึ้น จนมีคนเข้าร้านผม”

หลักๆ คือ ใช้แนวคิดพอเพียง ไม่ทำร้านหรูหรา ใช้แรงงานคนในครอบครัว และขายอาหารเครื่องดื่มราคาไม่แพงมาก

“เป็นร้านที่พ่อแม่เอาลูกมาลงดำนา พายเรือ เล่นน้ำคลอง เอาสุนัขมาวิ่งเล่นได้ ส่วนนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย เด็กที่มาลงดำนา เราปล่อยให้พวกเขาได้เล่น จะดำนาแบบไหนก็ได้ ไม่มีทฤษฎีใดๆ เราเป็นร้านที่คนทุกวัยเข้ามาเที่ยวได้ พ่อแม่พาลูกมาเล่น คนสูงวัยมาดูว่า เราปลูกต้นไม้ยังไง ผมอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนเห็นว่า ไม่รวยก็ทำได้ เราวางแนวทางไว้ว่า มาที่นี่เหมือนมาบ้านญาติพี่น้อง มานั่งเล่นบ้านพันไม้อยู่ได้ทั้งวัน”

เพราะที่นี่มีแปลงนา แปลงผัก และปลูกผักไฮโดรโฟนิกส์ แม้จะใช้ปุ๋ยสังเคราะห์ พชรพล บอกว่า มีวิธีดีท็อกซ์สารพิษ ก่อนจะนำมาขาย จะให้ผักดูดน้ำเปล่าทั้งอาทิตย์ เพื่อให้ไนโตรเจนตกค้างออกไป เพราะเราก็กินผักที่ปลูกด้วย

“จากประสบการณ์การรับจัดสวนงานใหญ่ๆ ผมต้องดิ้นรน หาทั้งคนและเงินมาช่วย ผมก็เลยเข้าใจแนวทางพอเพียง และผมเป็นคนตัวเล็กๆ ผมทำให้เห็นว่า ทำแบบนี้มีความสุขได้ ไม่จำเป็นต้องอยู่บ้านหรูหรา คนอื่นก็ทำได้ คนมาเห็นที่นี่กลับไปทำที่บ้านตัวเองได้” พชรพล บอก เพื่อให้เห็นว่า สิ่งธรรมดาที่พวกเราคนไทยมีอยู่ เป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว

“อย่างผมเป็นนักจัดสวนใช้วัสดุดีๆ จัดสวน แต่พอมาทำที่นี่คนละเรื่อง ผมทำนาแปลงเล็กๆ ปลูกข้าวไว้กินแต่ไม่มาก ผมถือว่าข้าวเป็นพืชมงคล ได้กลิ่นดอกข้าวหอมชื่นใจ ผมปลูกข้าวหอมปทุม

พรรณไม้ก็ปลูก แต่ปลูกแบบที่ชอบ ไม่ขาย เพราะผมเป็นนักจัดสวน หากินกับการออกแบบสวน ถ้าผมหากินกับต้นไม้ คนขายต้นไม้ที่ไม่มีทักษะออกแบบจะอยู่ยังไง ผมไม่กินรวบ ผมอยากแบ่งปัน”

นอกจากนี้เขายังบอกว่า ถ้าใครอยากทำแบบเขา ต้องถามใจตัวเองก่อนว่า คุณรักสิ่งที่ทำจริงๆ ไหม

“ลองถามใจตัวเองก่อนว่า ชอบเรื่องเกษตรแบบนี้เพราะเทรนด์หรือเปล่า ลองนั่งตากแดด ขุดดิน เลี้ยงเป็ด ก่อนลงมือทำจริง ความพอเพียงที่พระองค์ท่าน ทรงสอนไม่จำเป็นต้องทำอาชีพเกษตรอย่างเดียว คุณทำอาชีพที่คุณรัก โดยยึดแนวพอเพียงก็ได้ มีน้อยใช้น้อย มีมากใช้น้อย ไม่ทำเกินตัว ผมใช้แค่ศาสตร์เดียวของพระองค์ท่านคือ เกษตรทฤษฎีใหม่ ไม่ได้ใช้ศาสตร์พระราชา 9 ขั้น โคก หนอง คลอง นา ทำอะไรได้ผมก็ทำเลย”

  •  

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ