ไถ่ชีวิตโค-กระบือ 1,065 ตัว ส่งเสริมอาชีพเกษตรกร เฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.10

  •  
  •  
  •  
  •  

          ไถ่ชีวิต – นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีไถ่ชีวิตโค-กระบือ เพื่อส่งเสริมอาชีพเกษตรกร เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และถวายเป็นพระราชกุศล โดยได้นำโค-กระบือมาประกอบพิธี จำนวน 1,065 ตัว แบ่งเป็น โคเพศเมีย 1,000 ตัว กระบือเพศเมีย 65 ตัว ซึ่งจะนำไปให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรในพื้นที่ต่าง ๆ ตามระเบียบโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ

…………..

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดพิธีไถ่ชีวิตโค-กระบือ 1,065 ตัว เพื่อส่งเสริมอาชีพเกษตรกร เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

         นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังพิธีไถ่ชีวิตโค-กระบือ เพื่อส่งเสริมอาชีพเกษตรกร เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ณ จังหวัดนครปฐม ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ จัดพิธีไถ่ชีวิตโค-กระบือ เพื่อส่งเสริมอาชีพเกษตรกร เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และถวายเป็นพระราชกุศล โดยได้นำโค-กระบือมาประกอบพิธี จำนวน 1,065 ตัว แบ่งเป็น โคเพศเมีย 1,000 ตัว กระบือเพศเมีย 65 ตัว ซึ่งจะนำไปให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรในพื้นที่ต่าง ๆ ตามระเบียบโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ได้แก่ จังหวัดชัยนาท รับมอบโค จำนวน 400 ตัว จังหวัดกาฬสินธุ์ รับมอบโค จำนวน 250 ตัว จังหวัดบุรีรัมย์ รับมอบโค จำนวน 230 ตัว จังหวัดศรีสะเกษ รับมอบโค จำนวน 120 ตัว และจังหวัดอุบลราชธานี รับมอบกระบือ จำนวน 65 ตัว ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์รับสนองพระราชดำริดำเนินการมาตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2522 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีโค-กระบือไว้ใช้แรงงาน และเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร

          “จากการดำเนินงานที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมปศุสัตว์ได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรไปแล้วกว่า 250,000 ราย และยังมีเกษตรกรอยู่ในความดูแลของโครงการกว่า 117,000 ราย ถือได้ว่าก่อให้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรเป็นอย่างมาก และยังมีการบูรณาการในพื้นที่อย่างเป็นระบบ สนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกร ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารโครงการ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง และยังมีการต่อยอดการใช้ประโยชน์ เช่น การใช้มูลสัตว์เป็นปุ๋ยในไร่นา การทำแก๊สชีวภาพ การอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีในท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต ซึ่งเป็นการสนองแนวพระราชดำริ ด้านการพัฒนาชนบทที่เน้นการพึ่งตนเองอีกด้วย” นางสาวชุติมา กล่าว