กรมการค้าภายในแนะผู้ประกอบการค้าชายแดนไทย–ลาว รับมือเก็บภาษีอากรเพิ่มของสปป.ลาว

  •  
  •  
  •  
  •  

กรมการค้าภายใน แนะนำผู้ประกอบการค้าชายแดนไทย–ลาว รับมือข้อกำหนดว่าด้วยการเก็บภาษีอากรมูลค่าเพิ่มของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่าจากกรณีที่กระทรวงการเงินแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว)  ออกข้อกำหนดว่าด้วยการเก็บภาษีอากรมูลค่าเพิ่ม ที่มีลักษณะเป็นภาษีนำเข้า โดยครอบคลุมเครื่องใช้ทั้งใหม่และเก่าที่ติดตัวมากับผู้โดยสารเข้า สปป.ลาว ทั้งที่เป็นพลเมืองลาว คนต่างด้าว คนต่างประเทศที่อาศัยใน สปป.ลาว ผ่านด่านชายแดนและด่านท่าอากาศยานนานา ชาติในอัตราร้อยละ 10 ของสินค้าที่นำติดตัว โดยมีรายละเอียด

ประเด็นแรก สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางเข้า – ออก สปป.ลาว ไม่เป็นประจำ (ไม่เกิน 2 ครั้งต่อเดือน) จะได้รับการยกเว้นการเก็บภาษีสินค้าติด ตัวที่มีมูลค่าไม่เกิน 50 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,500 บาท) และเรียกเก็บร้อยละ 10 ของมูลค่าที่เกิน 50 ดอลลาร์สหรัฐ กรณีที่ผู้โดยสารมีใบเสร็จรับเงินของสินค้าไม่ครบถ้วน ใบเสร็จรับเงินไม่ชัดเจน หรือไม่มีใบเสร็จรับเงิน เจ้าหน้าที่ภาษีมีสิทธิประเมินมูลค่าสินค้าตามที่เห็นเหมาะสม

ประเด็นที่ 2 สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางเข้า-ออก สปป. ลาวผ่านด่านศุลกากรชายแดน   รวมทั้งด่านท่าอากาศยานสากลเป็นประจำ จะไม่ได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าติดตัวผู้โดยสารในมูลค่า 50 ดอลลาร์สหรัฐ โดยจะต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่มตามมูลค่าจริงของสินค้านำเข้า  ประเด็นที่ 3 การจัดเก็บภาษีจะเริ่มบังคับใช้กับผู้นำเข้าสินค้าและเครื่องใช้ผ่านสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1(หนองคา –เวียงจันทน์)  เพียงแห่ง เดียว (เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559) ก่อนดำเนินการในจุดผ่านแดนอื่นๆ และท่าอากาศยานสากลต่อไป

อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกรณีนี้ กรมการค้าภายใน ขอแนะนำผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป ในการรับมือกับข้อกำหนดว่าด้วยการเก็บภาษีอากรมูลค่าเพิ่มของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบ ดังนี้  1. ผู้ประกอบการค้าชายแดนของไทยควรออกใบเสร็จรับเงินให้ชัดเจน (ราคาสินค้ารวม VAT 7 %) เพื่อแสดงมูลค่าสินค้าที่ถูกต้อง

2. ผู้ประกอบธุรกิจที่มีการทำธุรกิจกับ สปป.ลาว ควรใช้สิทธิประโยชน์จากกรอบข้อตกลง AFTA โดยใช้หนังสือรับรองถิ่นกําเนิดสินค้า (Certific ate of Origin Form D) หรือฟอร์ม D    เพื่อประกอบการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรในประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) โดยขอรับคำแนะนำในการใช้สิทธิประโยชน์ได้จาก สำนักงานพาณิชย์จังหวัดหนองคาย โทร. 042 411 561 หรือ042 421 128 และสำนักบริการการค้าต่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ โทร. 02 547 4755, 02 547 4830 หรือ 02 547 4838

CR : ประชาชาติธุรกิจ