เกษตรแปลงใหญ่ไก่ดำบ้านเชิงหวาย สร้างอาชีพ-สร้างรายได้จากอาชีพเสริมสู่อาชีพหลัก

  •  
  •  
  •  
  •  

พื้นที่อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีการทำนาเป็นอาชีพหลัก แต่ด้วยสภาพพื้นที่ซึ่งอยู่เหนือเขื่อนทำให้ต้องประสบกับปัญหาภัยแล้งอยู่อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายลดพื้นที่การปลูกข้าวในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดความเสียหายจากภัยแล้ง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คนในชุมชนหันมาทำอาชีพเสริม สร้างรายได้ด้วยการเลี้ยงไก่ดำพร้อมกับได้เข้าร่วมโครงการรัฐบาลในรูปแบบเกษตรแปลงใหญ่ไก่ดำ รวมพื้นที่ รวมสินค้า เพื่อขายทั้งเนื้อสด และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากไก่ดำ ช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนมากขึ้น

นายพูนศักดิ์ เหลืองหิรัญ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดพิษณุโลก ได้ดำเนินกิจกรรมเกษตรแปลงใหญ่ตามนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตร โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าเกษตรให้ได้คุณภาพ มีมาตรฐานและมีความปลอดภัย เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ปัจจุบัน จังหวัดพิษณุโลกมีพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ที่ผ่านการรับรองแล้วจำนวน 12 แปลง 6 ชนิดสินค้า ประกอบด้วย 1.แปลงใหญ่มะม่วง 2.แปลงใหญ่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 3.แปลงใหญ่ข้าว 4.แปลงใหญ่พืชผัก (จำนวน 2 แปลง) 5.แปลงใหญ่กระบือ (จำนวน 3 แปลง) และ 6.แปลงใหญ่ไก่ดำ โดยในปี 2560 จะมีแปลงใหญ่เพิ่มขึ้นอีกจำนวน 4 แปลง โดยมีการบูรณาการกันทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อขับเคลื่อนโครงการเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมและสร้างความเข้าใจให้กับเกษตรกรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

 

สำหรับแปลงใหญ่ไก่ดำ เป็นการรวมกลุ่มกันของเกษตรกรเพื่อร่วมกันผลิต แปรรูปและทำตลาด ซึ่งผลจากการร่วมมือกันทำในลักษณะแปลงใหญ่ ทำให้ได้รับการบูรณาการจากหน่วยงานต่างๆ เข้ามาให้คำแนะนำช่วยเหลือ จนถือว่าเป็นกลุ่มที่ประสบความสำเร็จและมีความเข้มแข็ง สามารถต่อยอดธุรกิจแปรรูปผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายชนิดและเป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของการดำเนินโครงการเกษตรแปลงใหญ่

นายประเดิม เมืองมูล ประธานแปลงใหญ่ไก่ดำ กล่าวว่า เกษตรกรในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งอยู่อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ทำนาได้ผลผลิตตกต่ำ ไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน จึงต้องมองหาอาชีพเสริม โดยเริ่มนำไก่ดำสายพันธุ์ เคยู ภูพาน ซึ่งเป็นงานวิจัยและพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จ.สกลนคร มาเลี้ยงเมื่อปลายปี 2556 และได้เพาะขยายพันธุ์เรื่อยมา จนกระทั่งปี 2558 ได้รวมกลุ่มเกษตรกรในหมู่บ้านเชิงหวายและชักชวนให้เลี้ยงไก่ดำเพื่อเป็นอาชีพเสริมเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง พร้อมกับจัดตั้งกลุ่มผู้เลี้ยงไก่ดำเป็นวิสาหกิจชุมชนไก่ดำสมุนไพรบ้านเซิงหวายขึ้น โดยมีกรรมการก่อตั้ง 15 คน จนปัจจุบันมีสมาชิกรวม 75 คน

ทั้งนี้ ลักษณะของไก่ดำพันธุ์ดังกล่าว จะมีขนสีขาวทั้งตัวผู้และตัวเมีย เนื้อดำ หนังดำ กระดูกดำ เป็นไก่ที่เลี้ยงง่าย โตไว เมื่อโตเต็มที่ตัวผู้จะมีน้ำหนัก 3-3.5 กิโลกรัม ตัวเมียหนัก 2.8-3 กิโลกรัม โดยทั่วไปนิสัยของไก่ดำจะไม่ก้าวร้าวการเลี้ยงไก่ดำเชิงหวายของกลุ่มสมาชิก จะเป็นการเลี้ยงแบบกึ่งขังกึ่งปล่อย โดยใช้วัสดุธรรมชาติสร้างโรงเรือนและวัตถุดิบอาหารสัตว์จะใช้พืชอาหารสัตว์ที่สามารถปลูกเองได้ เช่น ข้าวโพด ตะไคร้ ถั่ว การเลี้ยงไก่แบบนี้เรียกว่า การเลี้ยงไก่ดำอารมณ์ดี จะทำให้ไก่ดำไม่เครียดและทำให้ผลผลิตแบบธรรมชาติอาหารปลอดภัย โดยปัจจุบันเกษตรกรสมาชิกที่เลี้ยงไก่ดำเฉลี่ย 300 ตัวต่อรุ่น จะมีรายได้เฉลี่ย 5,000-7,500 บาทต่อรุ่น ซึ่งทางกลุ่มจะส่งเสริมให้สมาชิกเลี้ยงเป็นรุ่นๆเพื่อให้มีรายได้ต่อเนื่องทุกเดือน

 

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนไก่ดำสมุนไพรบ้านเซิงหวายได้เข้าร่วมโครงการแปลงใหญ่มาตั้งแต่ปี 2559 โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไก่ดำสมุนไพรบ้านเซิงหวาย จะทำหน้าที่เป็นศูนย์เรียนรู้ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เริ่มจากการเพาะพันธุ์ การฟักไข่ด้วยตู้อบพลังงานไฟฟ้า การอนุบาล และวิธีการเลี้ยงดูในกรงแยกเป็นห้องๆ สำหรับพ่อพันธุ์กับแม่พันธุ์ มีห้องขุนโดยเฉพาะปัจจุบันการดำเนินงานค่อนข้างลงตัวไม่มีปัญหาอะไร แต่ในส่วนของการทำตลาด มองว่าการทำตลาดด้วยการขายเนื้อสดเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่สามารถเข้าถึงตลาดได้ทั้งหมด ดังนั้นจึงมุ่งหวังที่จะเน้นการทำตลาดแปรรูปเป็นอาหารสด และอาหารแปรรูป ขณะนี้กลุ่มมีผลิตภัณฑ์แปรรูป ประกอบด้วย ลูกชิ้นไก่ดำ, ยอไก่ดำ, โบโลน่าไก่ดำ, แฮมไก่ดำ, ฮอทดอกไก่ดำ, สบู่ไก่ดำ และโลชั่นไก่ดำ อย่างไรก็ตามขณะนี้กลุ่มฯ อยู่ในช่วงการทำแผนธุรกิจเพื่อขอสนับสนุนงบประมาณจากโครงการแปลงใหญ่มาต่อยอดการดำเนินงานของกลุ่มฯ โดยมีเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ในพื้นที่ เข้ามาให้คำปรึกษาในด้านต่างๆ เพื่อให้กลุ่มมีแนวทางในการดำเนินงานที่มีความเข้มแข็งรวมทั้งให้เกษตรกรมีอาชีพการเลี้ยงไก่ดำที่มั่นคงและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนาปรับปรุงฟาร์ม ช็อป และแพ็กเกจจิ้ง ซึ่งในอนาคตหากกลุ่มฯ มีความเข้มแข็งและตลาดไก่ดำไปได้ด้วยดี การจัดตั้งเป็นโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์จากไก่ดำน่าจะอีกหนึ่งแผนในการดำเนินในโครงการแปลงใหญ่ต่อไป

CR : แนวหน้าออนไลน์