มก.เปิดเวทีเผยแพร่ “กากมันสำปะหลังโปรตีนสูง”

มก.เปิดเวทีเสวนา เผยแพร่นวัตกรรมอาหารสัตว์“ กากมันสำปะหลังโปรตีนสูง ทางเลือก ทางรอด ปศุสัตว์ไทย ”เปิดรับภาคเอกชนขยายผลต่อเพื่อเกษตรกร 7 มีนาคม นี้ 13.00 น. อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ .หวังเผยแพร่นวัตกรรมอาหารสัตว์  สู่เกษตรกร ผู้ประกอบการภาคเอกชนในวงกว้าง

           ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) แจ้งมาว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม 2562 ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับ ชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย (จำกัด) และสมาคมผู้เลี้ยงโคนมไทยโฮลสไตน์ฟรีเชียน จัดการประชุมเสวนาวิชาการเรื่อง “ นวัตกรรมอาหารสัตว์ (กากมันสำปะหลังโปรตีนสูง) ทางเลือก ทางรอด ปศุสัตว์ไทย” ณ ห้องประชุมกำพล อดุลวิทย์ ชั้น 2 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา13.00-16.30 น.

            ทั้งนี้ เพื่อเผยแพร่นวัตกรรมอาหารสัตว์ “กากมันสำปะหลังโปรตีนสูง”  สู่เกษตรกร ผู้ประกอบการภาคเอกชนในวงกว้าง การนำนวัตกรรมอาหารสัตว์ “กากมันสำปะหลังโปรตีนสูง” ไปใช้ประโยชน์จนประสบผลสำเร็จ รวมถึงแลกเปลี่ยนประสบการณ์การแก้ไขปัญหาต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์โปรตีนสูง และแสดงทรรศนะในประเด็นความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารสัตว์ “กากมันสำปะหลังโปรตีนสูง”ของวงการปศุสัตว์ไทย ก้าวต่อไปของนวัตกรรมวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพและความปลอดภัย

            สำหรับวิทยากร ที่จะให้ความรู้ในครั้งนี้ประกอบด้วย ผศ.ดร. พงศ์ธร คงมั่น นักวิจัยภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มก. ,นายภาณุวัฒน์ วงศ์รชานนท์ บริษัท ลพบุรี เอนเนอจี จำกัด, นายศิริวรรธน์ ทิพย์รักษาสุข ผู้จัดการทั่วไป บริษัทนำโชค 888 จำกัด ,นายสุบิน ป้อมโอชา ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย, นายอดุลย์ วังตาล นายกสมาคมผู้เลี้ยงโคนมไทยโฮลสไตน์ฟรีเชียน, และ รศ.ดร.สมเกียรติ ประสานพานิช ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มก. เป็นผู้ดำเนินรายการ

            นวัตกรรมอาหารสัตว์ (กากมันสำปะหลังโปรตีนสูง) เป็นผลงานวิจัยของ ผศ.ดร. พงศ์ธร คงมั่น ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่มีแนวคิดในการนำของเหลือจากโรงงานอุตสาหกรรมมาเพิ่มมูลค่า คือกากมันสำปะหลังมาใช้ประโยชน์ร่วมกันกับน้ำกากผงชูรส ซึ่งบริษัท ลพบุรี เอนเนอจี จำกัด ได้รับถ่ายทอดเทคโนโลยีไปแล้วเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา  และได้มีการนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม จนประสบความสำเร็จ  เป็นที่รู้จักโดยแพร่หลายในวงการปศุสัตว์ไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบกิจการ โคนม โคเนื้อ แพะ และ แกะเป็นต้น

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ