อาเชียน-อินเดีย จี้กระตุ้นสร้าสงความแข็งให้ภาคเกษตร

  •  
  •  
  •  
  •  

 

                                                                                                                    ปิดฉากประชุมอามาฟครั้งที่4 ณ กรุงนิวเดลี

ที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียน – อินเดียด้านเกษตรและป่าไม้ เห็นพ้องให้เร่งตระตุ้นความร่วมมือให้มากขึ้น เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร หวังเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของภาคการเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบริหารจัดการ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน

          นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีอาเซียน-อินเดียด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 11 – 12 มกราคม 2561  ในฐานะประธานที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ หรือ อามาฟ ร่วมกับนายราด้า โมฮานซิงห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสวัสดิการเกษตรกร ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย ว่า อาเซียนและอินเดียเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เนื่องจากอินเดียมีขนาดจีดีพี 2.25 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 7 ของโลก และมีประชากรกว่า 1,300 ล้านคน ขณะที่อาเซียนรวม 10 ประเทศมีขนาดจีดีพี 2.71 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และมีประชากรกว่า 644  ล้านคน

           ดังนั้น อาเซียนและอินเดียต้องเสริมสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็ง เพื่อเป็นกลไกทางเศรษฐกิจที่สำคัญของโลก สามารถสร้างอำนาจต่อรอง และเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่ก่อให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล นำไปสู่การพัฒนาที่สำคัญทางเศรษฐกิจและสังคม

            สำหรับผลการประชุมครั้งนี้ที่ประกอบด้วยรัฐมนตรีด้านการเกษตรและป่าไม้อาเซียนทั้ง 10 ประเทศ และอินเดียให้ความเห็นชอบ และแสดงความพอใจต่อผลการดำเนินงานตามกรอบความร่วมมืออาเซียน-อินเดีย ปี 2554-2558 โดยเฉพาะการถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมทั้งการวิจัยและพัฒนา ตามที่เห็นชอบร่วมกัน อาทิ การจัดระบบควบคุมคุณภาพเมล็ดพันธุ์พืชในระดับประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการส่งเสริมการเกษตรในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่น จังหวัด และระดับชาติ  การอบรมเกี่ยวกับการรับรองผักและผลไม้อินทรีย์ เป็นต้น

          ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีอาเซียน – อินเดียด้านเกษตรและป่าไม้ ยังเห็นชอบแผนการดำเนินงานระยะกลางของความร่วมมืออาเซียน-อินเดียด้านการเกษตรและป่าไม้ที่มีเป้าหมายดำเนินการถึงปี 2563 สนับสนุนแผนการดำเนินงานระยะกลางของความร่วมมืออาเซียน-อินเดียด้านการเกษตรและป่าไม้ ซึ่งจะสิ้นสุดในปี 2563 ค.ศ. 2020 ที่ตระหนักถึงความสำคัญของความมั่นคงด้านอาหาร จึงคาดหวังให้มีการส่งเสริมความร่วมมือเพื่อแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคงอาหารและราคาสินค้าอาหารที่ผันผวนในภูมิภาค รวมถึงสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนของเกษตรกรระหว่างอาเซียนและอินเดีย ครั้งที่ 3 เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรและยุวเกษตรกรได้เรียนรู้เพื่อพัฒนาการทำการเกษตรและและมีทักษะด้านการบริหารจัดการ โดยการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและอินเดียอีกด้วย 

           อย่างไรก็ตาม ในปี 2561 รัฐมนตรีอาเซียน-อินเดีย คาดหวังว่าจะได้มีการดำเนินกิจกรรมด้านการเสริมสร้างศักยภาพอาเซียน-อินเดีย ในโครงการการพัฒนารูปแบบองค์ความรู้เพื่อการจัดทำการเกษตร โดยมีโครงการสำคัญ ๆ เช่น โครงการเสริมสร้างศักยภาพสตรีอินเดีย – อาเซียนผ่านสหกรณ์ และโครงการการจัดการความมั่นคงด้านอาหารและความผันผวนของราคาสินค้าเกษตร เป็นต้น

          “ที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะทำงานอาเซียน-อินเดียด้านการเกษตรและป่าไม้ เร่งดำเนินกิจกรรมความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ให้มากขึ้น เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของภาคการเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมและการบริหารจัดการทรัพยากรทางการเกษตรและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน ทำให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยจะมีการรายงานความคืบหน้าผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียน-อินเดียด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 5 ในปี 2562  ซึ่งจัดขึ้น ณ ประเทศบรูไนดารุสซาลาม ต่อไป” นายกฤษฎา กล่าว

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ