ตลาดข้าวกล้อง ข้าวเฉดสีสดใสขึ้น

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย..สมพร อิศวิลานนท์

           ปัจจบันตลาด “ข้าวกลอง” เริ่มขยายมากขึ้น เพราะคนเริ่มให้ความสนใจกับลสุขภาพมากขึ้นนั้นเอง

          ที่จริงทีคนไทยในชนบทในสมัยโบราณบริโภคข้าวกล้องกัน โดยเรียกกันตามกระบวนการผลิตพื้นบ้านว่า “ข้าวซ้อมมือ” ทั้งนี้เพราะเป็นการผลิตขึ้นเพื่อใช้เองภายในครัวเรือน โดยใช้แรงงานตำหรือบดเพื่อกระเทาะส่วนที่เป็นเปลือกออกจากเมล็ดข้าว

           ต่อมาเมื่อมีการใช้เครื่องจักรกลสีข้าวในรูปของการขัดข้าวให้ขาว  ทำให้การใช้เครื่องมือโบราณเพื่อการกะเทาะเปลือกหายไป ข้าวที่ได้จากการกระเทาะเปลือกหุ้มเมล็ดออกด้วยเครื่องสีข้าวโดยไม่มีการขัดเม็ดข้าวให้ขาว เรียกการสีข้าวแบบนี้ว่าเป็นการสี “ข้าวกล้อง”

           อย่างไรก็ตามแต่ถ้าจะสีเป็นข้าวสารขาวจะต้องมีขั้นตอนของการสีขัดเพื่อเอาลำหยาบ ลำละเอียดและเยื่อไยรวมทั้งจมูกข้าวออกอีกชั้นหนึ่ง  ข้าวสารขาวจึงไม่มีจมูกข้าวและเยื่อใยห่อหุ้ม ทำให้ส่วนของเมล็ดข้าวสารขาวมีองค์ประกอบของสารอาหารต่ำกว่าข้าวกล้อง

          สรุปง่ายๆว่า ข้าวกล้องเป็นข้าวที่มีสีน้ำตาลอ่อนๆได้จากการสีกะเทาะข้าวเปลือก โดยเอาเปลือกหุ้มเมล็ดออก โดยไม่ผ่านกระบวนการขัดให้ขาว  ในเมล็ดข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือประกอบด้วยจมูกข้าวหรือคัพภะ (germ หรือ embryo) และส่วนตัวเมล็ดข้าวมีชั้นรำข้าวที่ห่อหุ้มเมล็ดด้วยเยื่อใยหลายชั้น ตั้งแต่ชั้นรำหยาบไปสู่ชั้นรำละเอียดซึ่งอยู่ชั้นในสุดติดกับเอนโดสเปอร์ม ข้าวกล้องจึงจัดว่าเป็นข้าวที่ให้โภชนาการสารอาหารสูงและอุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ มากกว่าข้าวสารขาว ที่คนส่วนใหญ่บริดภคในชีวิตประจำวัน

          นอกจากข้าวกล้องแล้วในปัจจุบันยังพบว่าข้าวเฉดสี เช่น ข้าวไรซ์เบอร์รี ข้าวหอมนิล ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวสังข์หยด และข้าวก่ำ ซึ่งข้าวดังกล่าวได้รับการตอบรับจากกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพเพิ่มขึ้น  ข้าวเฉดสีหาซื้อได้จากร้านซุปเปอร์มาร์เกต และตามงานแฟร์ที่เกี่ยวข้องกับอาหารเพื่อสุขภาพ หรือตามร้านค้าของวิสาหกิจชุมชนบางแห่ง

          ทำไมผู้บริโภคที่รักสุขภาพจึงหันมานิยมข้าวกล้องและข้าวเฉดสี เพราะข้าวกล้องและข้าวเฉดสีมีองค์ประกอบนอกจากสารคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ซึ่งร่างกายจะค่อยๆย่อยดูดซึมสารอาหารทำให้ร่างกายได้พลังงานต่อเนื่องยาวนาน  อีกทั้งในเยื่อหุ้มข้าวกล้องและในเม็ดข้าวเฉดสีมีงวิตามินต่างๆ ได้แก่ บี 1, บี 2, ไนอาซีน, กรดแพนโทเทอนิก และวิตามิน อี เป็นต้น นอกจากนี้ในกลุ่มของข้าวกล้องและข้าวเฉดสียังมีองค์ประกอบของสารต้านอนุมูลอิสระ สารเบต้าแคโรทีน กรดไขมันโอเมก้า 3 เป็นต้น

           ตลาดข้าวเฉดสีเป็นตลาดที่ค่อนข้างบางมากซึ่งหมายถึงว่ามีการซื้อขายสินค้าข้าวเฉดสีกันไม่มากในตลาดการค้า  หากอุปทานข้าวเฉดสีมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นของอุปสงค์แล้ว ย่อมจะมีผลกระทบต่อการลดลงของระดับราคาตามมา

          ดังนั้น การผูกโยงห่วงโซ่อุปทานของผู้ผลิตกับผู้บริโภคเพื่อสร้างช่องทางตลาดทางเลือก รวมถึงการใช้นวัตกรรมสร้างความจำเพาะในตัวสินค้าที่ผลิต เช่นการผลิตในระบบเกษตรอินทรีย์เพื่อป้อนตลาด niche market   นอกจากนี้ในการผลิตควรให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า และยินดีที่จะจ่ายในระดับราคาที่สูงขึ้น

         ในปัจจุบันการส่งออกข้าวเฉดสีไปในตลาดของคนรักสุขภาพในต่างประเทศจะขยายตัวเพิ่มสูงขึ้น แต่การจัดเก็บข้อมูลการส่งออกข้าวเฉดสียังขาดการจัดทำขึ้นเป็นหมวดหมู่ ยกเว้นในกรณีของข้าวกล้องที่พบว่ามีการส่งออกไปในภูมิภาคต่างๆจำนวน 65,165 ตันข้าวสารในปี 2558 คิดเป็นมูลค่า 1.76 พันล้านบาท

         ใน 2559 และในปี 2560 การส่งข้าวของไทยพุ่งขึ้นกว่า 10 % แต่ก็ไม่มีการจัดหมวดหมู่ว่า ข้าวเฉดสี รวมถึงข้าวกล้องว่าว่ามีมูลค่าส่งออกเท่าไร เพียงแต่ทราบว่าขยายเริ่มขยายมากขึ้นเท่านั้น