เลี้ยงหนูนาในวงบ่อซิเมนต์ อาชีพยอดฮิต กำไรดี ขายตัว 200 บาท (มีคลิป)

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย…ดลมนัส  กาเจ

จากประสบการณ์ที่อยู่ในภาคอีสานมาหลายปี ที่ได้พบเห็นการเลี้ยงหนูนา ทำให้ “เอนก  มีสะอาด” ตัดสินใจใช้พื้นทหลังบ้านที่บ้านดอนโพธิ์ ต.บ้านจา อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี เลี้ยงหนูนาสายพันธุ์ “หนูพุกใหญ่” ในวงบ่อซิเมนต์ เป็นอาชีพเสริม ส่งตลาดในภาคอีสาน เน้นที่ขอนแก่นในราคาตัวละ 150-200 บาท เริ่มแล้ว รายได้ดีกว่าเลี้ยงสุกรหรือหมูหลายเท่าตัว ที่สำคัญไม่มีปัญหาในเรื่องของกลิ่นเหม็นอีกด้วย

เอนก บอกว่า เกิดมาในตระกูลชาวนาที่บ้านดอนโพธิ์มาแต่กำเนิด จึงยึดอาชีพทำนามาตั้งแต่ยังหนุ่มแน่น ต่อมาเปลี่ยนอาชีพค้าขายย้ายถิ่นฐานไปที่บ้านภรรยา ที่ จ.ขอนแก่น ระยะหลังเห็นว่า การเลี้ยงหนูนาในภาคอีสานกำลังฮิตมาก รายได้ดี มีตลาดต้องการสูง จึงไปดูงานมาที่ จ.อุดรธานี พอดีทางบ้าน คุณพ่อและคุณแม่อายุเริ่มมากแล้ว ไม่มีใครดูแล จึงอพยพครอบครัวกลับมาอยู่บ้านดอนโพธิ์ ต.บ้านจา อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรีอีกครั้ง และคงจะยึดอาชีพการเกษตร และปรับปรุงหน้าบ้านเป็นค้าของชำในหมู่บ้าน ส่วนหลังทำฟาร์มเลี้ยงหนูนาเป็นอาชีพเสริม  หลังจากที่ได้หาตลาดในภาคอีสานโดยเฉพาะที่บ้านภรรยาที่ จ.ขอนแก่น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“บ้านผมเป็นทุ่งนา บางปีเป็นดงอ้อย จึงกลายเป็นที่อยู่ของหนูนา ในอดีตปัญหาใหญ่ที่ทำลายพืชทั้งสองชนิดนี้คือหนูนา ทั้งหนูนาธรรมดา และสายพันธุ์หนูพุกใหญ่ แต่ตอนหลังหายากแล้ว เพราะส่วนหนึ่งตายจากที่เกษตรกรใช้สารเคมีในภาคการเกษตรมากขึ้น อีกส่วนหนึ่งคนหันมาบริโภคหนูนา ทำให้หนูนาถูกล่ามาเป็นอาหาร เมื่อหนูขาดแคลน ความต้องการสูงขึ้น โดยเฉพาะในภาคอีสาน ผมจึงตัดสินใจเลี้ยงหนูนาเมื่อปีที่แล้วนี่เอง เริ่มจาก 40 ตัวตอนนี้เป็นร้อยแล้วครับ” เอนก กล่าว

สำหรับการเลี้ยงหนูนาในวงบ่อซิเมนต์นั้น เอนก บอกว่า ใช้วงบ่อซิเมนต์ 2 วงวางซ้อนกัน ปล่อยพ่อพัน 1 ตัว ต่อแม่พันธุ์ 5 ตัว  เอาไม้ไผ่ หรือวัสดุที่เป็นโพลง ทิ้งไว้ให้เป็นที่หลบซ่อน เพราะนิสัยหนูนาชอบอยู่ตามซอก หาฝาครอบไว้ ส่วนอาหารใช้ข้าวเปลือก ข้าวดีด อ้อย หอยเชอร์รี่ และอาหารสุนัขก็กินเช่นกัน

ภายใน 1 ปี แม่พันธุ์จะออกลูก 2 คลอก แต่คลอกจะออกลูก  12 ตัว เมื่อได้ลูกมาแล้ว นำไปเลี้ยงขุนไว้ในวงบ่อซิเมนต์สามารถปล่อยได้นับร้อยตัว ไส่ไม้ให้หนูไต่ขึ้นเล่น เพราะหนูเป็นสัตว์สังคม จะไม่กัดเอง กินแล้วนอน เลี้ยง 6 เดือนจะได้หนูพุกใหญ่เนื้อน้ำหนักตัวละ 1-2 กก.แต่โดยเฉลี่ยหนูพุกใหญ่น้ำหนักจะอยู่ที่ตัวละ 1.5 กก.จากนั้นมาชำแหละ ทอนขน เพราะพฤติกรรมการบริโภคทางภาคอีสานนิยมบริโภคทั้งหนังด้วย แต่ภาคกลางใช้วิธีถลกหนังออก จากนั้นมาผ่าท้อง เอาเครื่องในบางส่วนไว้ นำไปแช่ช่องเย็น เพื่อไปส่งขายที่ภาคอีสานในราคาตัวละ 150-200 บาท ส่วนพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ที่สมบูรณ์และเจริญพันธุ์แล้วขายคู่ละ 500 บาท

“ตอนนี้อยู่ขั้นศึกษาเรียนรู้ในมิติต่างๆ ของหนูพวกนี้ เพราะตอนไปดูมา ไม่ได้ศึกษารายละเอียด จึงต้องมาศึกษาเองทั้งหมดว่าจะเลี้ยงอย่างไรให้คุมทุนมากที่สุด  ส่วนตลาดไม่มีปัญหา ตอนนี้มีเท่าไร พ่อค้ารับซื้อหมด ผมได้ส่งไป 2 เที่ยวแล้ว และจากการคำนวน ในด้านต้นทุน รายได้ กำไร พบว่าดีกว่าเลี้ยงหมู่หลายเท่าตัว ที่สำคัญไม่ส่งกลิ่นด้วย” เขา กล่าวอย่างมั่นใจ

ด้าน ณรงค์  ทิมจัน เกษตรกรวัย 65 ปี อยู่ ต.โพธิ์ทะเล อ.บางระจัน เช่นกัน อีกคนหนึ่งสนใจเลี้ยงหนูนา สายพันธุ์หนูพุกใหญ่ จึงลงทุนทำบ่อปูน เลี้ยงชุดแรกได้เงินคุ้มแล้ว แต่ปัญหาลูกชายไม่ให้เลี้ยง เพราะต้องการให้ช่วยดูแล ไร่แตงกวา และไก่พื้นเมืองพันธุ์ไกชน ซึ่งเป็นอาชีพเก่าแก่ ที่สร้างรายให้ครอบมาตลอด

        การเลี้งหนูนา ก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสน ใจเพราะเลี้ยงง่าย รายได้ดี มีตลาดต้องการสูง แต่กระนั้นต้องศึกษารายละเอียดด้วย เพราะมากเลี้ยงมากจนเกินไปอาจเกิดภาวะล้นตลาด และราคาอาจต่ลงได้เช่นกัน   

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ