ซีพีเอฟ ต่อยอด”คอมพาร์ทเมนต์”สู่รง.แปรรูปเนื้อไก่ปีหน้า

  •  
  •  
  •  
  •  


ซีพีเอฟ เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมในกระบวนการผลิตอาหารปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค ล่าสุดเร่งผลักดันโรงงานแปรรูปเนื้อไก่มาตรฐานสากล สู่การรับรองมาตรฐานระบบคอมพาร์ทเมนต์จากกรมปศุสัตว์ต่อเนื่อง คาดแล้วเสร็จปี 2561 หลังจากประสบผลสำเร็จในการการดำเนินการระบบป้องกันและประเมินความเสี่ยงโรคไข้หวัดนกในระดับสูงสุดเป็นรายแรกของไทย

          น.สพ.พยุงศักดิ์ สมยานนทนากุล รองกรรมการผู้จัดการ ด้านมาตรฐานการผลิตสัตว์ปีก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด(มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ  เปิดเผยว่า การดำเนินการระบบป้องกันและประเมินความเสี่ยงโรคไข้หวัดนกในระดับสูงสุด ทางซีพีเอฟเป็นผู้ผลิตรายแรกของไทย โดยร่วมกับกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดทำโครงการในรูปแบบการบริหารจัดการภายใต้ระบบคอมพาร์ทเมนต์(Compartment) สำหรับอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปครบวงจร ตามแนวคิดขององค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ  (OIE) มาตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน โดยซีพีเอฟได้นำหลักการคอมพาร์ทเมนต์ มาใช้ในทุกกระบวนการผลิตสัตว์ปีกตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ คือตั้งแต่โรงงานอาหารสัตว์ ฟาร์มพ่อแม่พันธุ์-โรงฟักไข่ ฟาร์มเลี้ยง จนถึงโรงงานแปรรูป  ทำให้บริษัทได้รับการรับรองคอมพาร์ทเมนต์ฟาร์มไก่เนื้อและเป็ดเนื้อจากกรมปศุสัตว์มาตั้งแต่ปี 2554 ล่าสุดได้รับการรับรองสำหรับฟาร์มไก่พ่อแม่พันธุ์และโรงฟักไข่รายแรกของไทย ขณะที่โรงงานแปรรูปเนื้อไก่อยู่ระหว่างการตรวจรับรองคาดว่าจะแล้วเสร็จและได้รับการรับรองภายในปี 2561

          “ปัจจุบันความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในโครงการนี้ได้ขยายออกไปยังผู้ประกอบการรายอื่นๆ ซึ่งถือเป็นอีกแนวทางในการช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ผลิตปศุสัตว์ของไทย ที่สำคัญไทยถือเป็นประเทศแรกที่นำมาตรการควบคุมและป้องกันโรคไข้หวัดนกของ OIE มาใช้อย่างเป็นรูปธรรมและประสบความสำเร็จ ทำให้ไทยไม่พบการระบาดของโรคไข้หวัดนกมาตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ระบบคอมพาร์ทเมนต์จึงถือเป็นคำตอบของการผลิตอาหารเนื้อสัตว์ที่ได้มาตรฐานปลอดภัยและปลอดไข้หวัดนกอย่างแท้จริง” น.สพ.พยุงศักดิ์ กล่าว

          สำหรับการตรวจรับรองระบบโดยกรมปศุสัตว์นั้น นับว่าเป็นการตรวจรับรองที่มีมาตรฐานสูงและอาศัยเวลาในการตรวจประเมินค่อนข้างนาน เนื่องจากต้องดำเนินการบนพื้นฐานองค์ความรู้ด้านการประเมินการบริหารจัดการความเสี่ยงต่อโรคไข้หวัดนก และต้องใช้เวลาพิสูจน์ผลทางห้องปฏิบัติการด้วยการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกอย่างน้อย 1 ปี อีกทั้งเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์กรมปศุสัตว์ต้องเข้าตรวจสอบทุกฟาร์มอย่างละเอียดเข้มงวดที่สุดจึงผ่านเกณฑ์ ขณะเดียวกันกรมปศุสัตว์ยังมีระบบการเฝ้าระวังเชิงรุกและเชิงรับ (active and passive surveillance) การตรวจประเมินสุขภาพสัตว์ รวมทั้งมีการตรวจติดตามข้อมูลข่าวสารเรื่องโรคอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจถึงสถานะของฝูงสัตว์ปีกปลอดโรคในประเทศไทยได้อย่างทั่วถึง ผู้บริโภคจึงเชื่อมั่นได้ว่าผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกของไทยปลอดภัยไร้กังวลจากโรคไข้หวัดนก

         ทั้งนี้ ระบบคอมพาร์ทเม็นต์อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปครบวงจร ประกอบด้วย คอมพาร์ทเม็นต์สำหรับโรงงานผลิตอาหารสัตว์ คอมพาร์ทเม็นต์สำหรับฟาร์มสัตว์ปีกพันธุ์ คอมพาร์ทเม็นต์สำหรับโรงฟักไข่สัตว์ปีก คอมพาร์ทเม็นต์สำหรับฟาร์มสัตว์ปีกเนื้อ และคอมพาร์ทเม็นต์สำหรับโรงงานแปรรูปสัตว์ปีก โดยมีการจัดการ 4 หมวดหลัก ได้แก่ 1.มาตรฐานการจัดการความปลอดภัยทางชีวภาพสำหรับสถานประกอบการ ตามหลักการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤติที่ต้องควบคุม (HACCP) สำหรับโรคไข้หวัดนก

         2.การเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกในฟาร์มและพื้นที่กันชนรัศมี 1 กิโลเมตรรอบฟาร์ม ตามข้อกำหนดของกรมปศุสัตว์ 3.การควบคุมโรคไข้หวัดนกในฟาร์มและพื้นที่กันชนรัศมี 1 กิโลเมตรรอบฟาร์ม ตามข้อกำหนดของกรมปศุสัตว์ และ 4.การตรวจสอบย้อนกลับตลอดกระบวนการผลิต โดยซีพีเอฟดำเนินการทั้ง 4 หมวดอย่างจริงจัง ควบคู่กับการมุ่งให้ความรู้แก่พนักงานและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกถึงเรื่องสุขศาสตร์ การป้องกันโรค วิธีการสังเกตอาการของสัตว์ปีกที่ป่วย และแนวทางการปฏิบัติเพื่อการป้องกันโรคอย่างต่อเนื่อง

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ