ถึงคราว”เกษตรกร”พ้นบ่วงแห่งกรรม”เกษตรพันธสัญญา”

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย…ดลมนัส  กาเจ

 

           “เนื้อหาของ พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 มุ่งเน้นให้ภาครัฐทำหน้าที่สนับสนุนให้ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรและเกษตรกรเข้าสู่ระบบเกษตรพันธสัญญาที่เป็นธรรม”

              ในที่สุดพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 หรือที่เรียกง่ายๆว่า พ.ร.บ.คอนแทรคฟาร์มมิ่งปี 2560 ก็มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา โดย พ.ร.บ.ดังกล่าวได้กำหนดหลักเกณฑ์และกลไกการดำเนินงานให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ในอันที่จะส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาให้มีความเข้มแข็งและเกิดความเป็นธรรมขึ้น

            แม้หลักการของการทำเกษตรในรูปแบบของระบบเกษตรพันธสัญญา หรือคอนแทรคฟาร์มมิ่ง จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเกษตรกรที่จะให้พ้นวิกฤตด้านราคาผลผลิตทางการเกษตร เนื่องจากได้มีการประกันราคาล่วงหน้าชัดเจน ดั่งที่นยมกันในประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ในประเทศไทยยังมีปัญหาต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริษัทเอกชนบางบริษัทเอารัดเอาเปรียบเกษตรกรเกินความเหมาะสม ซ้ำยังเลวร้ายที่บางบริษัท ทำท่าจะส่งเสริมหลอกขายเมล็ดพันธุ์ โดยรับปากจะซื้อผลผลิต และเบี้ยวไป ขณะที่เกษตรกรเองไม่ทำตามเงื่อนไข ส่งผลให้เกิดปัญหามากมาย แต่หลังจาก พ.ร.บ.คอนแทรกฟาร์มมิ่งมีผลบังใช้แล้ว มีกฏหมายรองรับผู้ที่เอาเปรียบ ที่สามารถฟ้องร้องได้แล้ว ราวกับว่า วันนี้ทุกอย่างได้ปลดแอกผู้ที่เอาเปรียบได้แล้ว

           เพื่อความกระจ่างแจ่งแห่ง พ.ร.บ.นี้  บนเวทีสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “แนวทางปฏิบัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560” ที่จัดขึ้น ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 24 – 25 กันยายน 2560 นางจินตนา ชัยยวรรณาการ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ได้สะท้อนให้เห็นความสำคัญของ พ.ร.บ.นี้ ระหว่างเป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาว่า ระบบเกษตรพันธสัญญามีความสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตรของประเทศ โดยเป็นระบบที่เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตทางการเกษตรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรและเกษตรกรเข้าสู่ระบบเกษตรพันธสัญญาจำนวนมาก

           อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาโครงสร้างในระบบเกษตรพันธสัญญายังขาดความสมดุลและไม่เป็นธรรม โดยภาครัฐได้พยายามกำหนดนโยบายเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินการในระบบเกษตรพันธสัญญา รวมทั้งกำหนดมาตรการกำกับดูแลและคุ้มครองคู่สัญญาไม่ให้เกิดการเอาเปรียบในการทำสัญญาเพื่อสร้างความเป็นธรรมในระบบเกษตรพันธสัญญา แต่เนื่องจากการดำเนินงานดังกล่าวในอดีตไม่มีกฎหมายที่บังคับใช้โดยตรงที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเกษตรพันธสัญญา นอกจากนี้ ยังไม่มีหน่วยงานหลักของรัฐที่จะเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงหรือมีหน้าที่ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา ตรวจสอบ ดูแล บังคับใช้และให้มีการปฏิบัติตามสัญญาด้วยความสุจริตและเป็นธรรม

            “รัฐบาลได้ตระหนักถึงสภาพปัญหาดังกล่าว จึงได้กำหนดแนวทางให้ภาครัฐ ทำหน้าที่เป็นกลไกสนับสนุนให้ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตร และเกษตรกรเข้าสู่ระบบเกษตรพันธสัญญา และการกำกับตรวจสอบ ควบคุม และพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรเพื่อให้มีความมั่นคงทางด้านรายได้ และได้รับการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีการผลิต รวมทั้งผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรสามารถประกอบธุรกิจโดยได้รับผลผลิตที่มีคุณภาพมาตรฐานตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ โดยได้ตราพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งได้กำหนดหลักเกณฑ์และกลไกการดำเนินงานให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ในอันที่จะส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาให้มีความเข้มแข็งและเกิดความเป็นธรรม”  จินตนา กล่าว 

            ส่วนสำหรับเนื้อหาของ พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 มุ่งเน้นให้ภาครัฐทำหน้าที่สนับสนุนให้ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรและเกษตรกรเข้าสู่ระบบเกษตรพันธสัญญาที่เป็นธรรม ประกอบด้วย การรับแจ้งการประกอบธุรกิจและการเลิกการประกอบธุรกิจในระบบเกษตร     พันธสัญญา การจัดเก็บเอกสารสำหรับการชี้ชวนในระบบเกษตรพันธสัญญา การกำหนดรูปแบบสัญญาในระบบเกษตรพันธสัญญา การกำหนดแบบสัญญากรณีสัญญาที่อาจมีผลกระทบอย่างสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม หรือสิ่งแวดล้อม การเสนอแผนการพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา และการกำหนดกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท เป็นต้น โดยมีคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา คณะกรรมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และคณะกรรมการเปรียบเทียบ เป็นกลไกขับเคลื่อนการดำเนินงาน​​การขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560

           ดังนั้น ทุกภาคส่วนจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจในหลักการเหตุผล และสาระสำคัญของพระราชบัญญัติ รวมทั้งหลักเกณฑ์กลไกที่ใช้ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามกฎหมาย อันจะส่งผลให้ภาครัฐโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภาคเอกชน และภาคเกษตรกร ร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานตามบทบาทที่เกี่ยวข้องภายใต้กรอบของกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

    

           ด้าน นายพีรพันธ์ คอทอง ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง แนวทางปฏิบัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 ในครั้งนี้ จะเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ทราบแนวทางการปฏิบัติ สิทธิ และหน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตร และเกษตรกร ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 และกลไกการดำเนินงานร่วมกันของภาคส่วน   ต่าง ๆ

           สำหรับกิจกรรมในการสัมมนา ประกอบด้วย การบรรยาย เรื่อง ชี้แจง Overview พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 การบรรยาย เรื่อง สาระสำคัญและผู้ที่เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 และการบรรยายเรื่อง แนวทางการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 

            นับเป็นมิมิตรหมายที่สำหรับเกษตรที่เคยเสียบเปรียบกับบริษัทที่ทำคอนแทรคฟาร์มมิ่งไว้ และขณะเดียวกันทางบริษัทผู้ส่งเสริมเกษตรกนทำการเกษตรแบบคอนแทรกฟาร์มที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนของสัญญา จะได้เป็นในทางขบวนการยุติธรรมได้

 

ที่มาข้อมูลจากสัมมนา :กองสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์