โซ่คุณค่าของข้าว : กำไรของกลุ่มเกษตรกร-อุตสาหกรรมข้าวไทย

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย..  ผศ.ดร. เกรียงไกร แก้วตระกูลพงษ์

         “ข้าว จัดเป็นอาหารหลักที่มีความสำคัญต่อประชากรโลก มีผู้คนกว่าครึ่งโลกที่บริโภคข้าวเป็นอาหารหลักประเทศไทยเรานั้นมีการบริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก นานมาแล้วจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังมีการบริโภคข้าวเป็นอาหารหลักอยู่และที่สำคัญประเทศไทยเราก็ยังเป็นประเทศผู้ค้าข้าวรายใหญ่ของโลกอีกด้วย”

 

          ในอดีตที่ผ่านมา การค้าสินค้าเกษตรยังไม่มีความซับซ้อนมากนัก เกษตรกรไทยมักเลือกปลูกพืชที่ขายได้ราคาดีณ ช่วงเวลาที่เริ่มทำการเพาะปลูกการขึ้นลงของราคาจะเป็นไปตามปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดในแต่ละฤดูกาลภายในประเทศโดยปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิตมีเพียงแค่ปัจจัยด้านภัยธรรมชาติและโรคระบาดเท่านั้น แต่ ณ ปัจจุบันการค้าสินค้าเกษตรมีความซับซ้อนมากขึ้น มีการเชื่อมโยงตลาดขยายออกไปนอกชุมชนต่างจังหวัด และต่างประเทศ ทำให้ราคาสินค้าเกษตรผันแปรตามอุปสงค์และอุปทานของตลาด

          ราคาสินค้าเกษตรของไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยเรื่องฤดูกาล ภัยธรรมชาติ และโรคระบาดในประเทศแต่เพียงอย่างเดียวแต่ขึ้นอยู่กับปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดจากทั่วโลกด้วย

          ปัญหาความขาดแคลนความรู้ด้านการตลาด สถานการณ์ และทิศทางการค้าสินค้าเกษตร รวมทั้งอุปสงค์อุปทานโดยรวมของทั้งโลก เป็นปัญหาหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจลงทุนของเกษตรกรรวมทั้งการกำหนดนโยบายและการวางยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการค้าสินค้าเกษตรของหน่วยงานภาครัฐไทย

          สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้นจึงได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ดำเนินโครงการศึกษาระบบข้อมูลความต้องการของตลาดเพื่อกำหนดต้นแบบ และยุทธศาสตร์ในการเพิ่มพูนข้อมูลความรู้ทิศทางการตลาดการค้าสินค้าเกษตรที่ถูกต้อง ครบถ้วนทันต่อสถานการณ์ ให้ถึงมือเกษตรกร ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการวางแผนการผลิตในแต่ละฤดูกาลเพื่อให้การลงทุนในปัจจัยการผลิตเกิดผลลัพธ์ที่คุ้มค่า ผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาดและทำให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้น ปรับวิถีแห่งการเป็นเกษตรกร ให้เป็น Smart Farmer ในการก้าวเข้าสู่ยุคThailand 4.0 และเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างยั่งยืนและพอเพียง

          บทความนี้จะขอนำเสนอถึงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของข้าวซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผลการศึกษาและการดำเนินโครงการศึกษาระบบข้อมูลความต้องการของตลาดดังกล่าวข้างต้นโดยเนื้อหาจะเป็นการอธิบายถึงกระบวนการสีข้าว ผลผลิตและผลพลอยได้ที่ได้จากกระบวนการสีข้าวพร้อมทั้งข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงมูลค่าของผลผลิตและผลพลอยได้ที่ได้จากกระบวนการสีข้าวซึ่งผลผลิตและผลพลอยได้ดังกล่าวจะสามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่จะเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากข้าวและนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าในการขายต่อไป

          ข้าว จัดเป็นอาหารหลักที่มีความสำคัญต่อประชากรโลก มีผู้คนกว่าครึ่งโลกที่บริโภคข้าวเป็นอาหารหลักประเทศไทยเรานั้นมีการบริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก นานมาแล้วจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังมีการบริโภคข้าวเป็นอาหารหลักอยู่และที่สำคัญประเทศไทยเราก็ยังเป็นประเทศผู้ค้าข้าวรายใหญ่ของโลกอีกด้วย

         ข้าวที่เรารับประทานจะต้องผ่านกรรมวิธีสีเอาเปลือกข้าวออกก่อน โดยในกระบวนการสีข้าวจะเกิดผลิตภัณฑ์ต่างๆ สำหรับหรับการสีข้าว (Rice Milling) นั้นเป็นขั้นตอนการแปรรูปเบื้องต้นของข้าวเปลือกให้ได้เป็นข้าวสารหรือข้าวกล้อง เพื่อนำไปรับประทานหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ต่อไป โดยการสีข้าวประกอบด้วยขั้นตอนหลักดังนี้

          1.การทำความสะอาดข้าวเปลือก เป็นการแยกสิ่งแปลกปลอม เช่น ฟาง เศษพืช ฝุ่น ผง กรวด ทรายออกจากข้าวเปลือก ตะแกรงร่อนจัดเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำความสะอาดข้าวเปลือกเป็นการทำความสะอาดแบบแห้ง โดยจะช่วยแยกสิ่งแปลกปลอมที่มีขนาดต่างจากข้าวเปลือก เช่น ฝุ่น ฟาง กรวด ทรายและสิ่งเจือปนอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีตะแกรงแยกเมล็ดซึ่งจะใช้ลมมาช่วยเป่าสิ่งเจือปนที่มีขนาดใกล้เคียงกับข้าวเปลือกแต่มีน้ำหนักเบากว่าข้าวเปลือกออกไป คืออาศัยหลักการแยกด้วยความหนาแน่นหรือความถ่วงจำเพาะรวมทั้งในการทำความสะอาดข้าวเปลือกจำเป็นต้องมีเครื่องแยกกรวดหิน (Destoner)ด้วยเพื่อทำหน้าที่แยกกรวดหินและโลหะที่อาจติดมากับข้าวเปลือก

           2.การกะเทาะเปลือก เป็นการแยกเอาเปลือกหุ้มเมล็ด ซึ่งเรียกว่า แกลบ (husk) ออกจากเมล็ดข้าวในขั้นตอนนี้จะใช้เครื่องกะเทาะ (Huller) ซึ่งเป็นลูกยางสองลูกหมุนเข้าหากันด้วยความเร็วรอบที่ต่างกันหรือใช้เครื่องกะเทาะที่ทำด้วยแผ่นโลหะสองแผ่นบุด้วยหินหยาบ เพื่อให้เกิดการเสียดสีกะเทาะให้แกลบหลุดออกจากตัวเมล็ดข้าว ข้าวที่ได้จากขั้นตอนนี้เรียกว่า ข้าวกล้องซึ่งข้าวกล้องจะยังคงมีเยื่อหุ้มเมล็ดและคัพภะติดอยู่

          จากนั้นจึงแยกแกลบและข้าวเปลือกยังไม่ถูกกะเทาะออกจากข้าวกล้อง ซึ่งแกลบซึ่งเป็นผลพลอยได้จาการสีข้าวอาจนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิง หรือใช้ในงานรองพื้นโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น

          3.การขัดขาวและขัดมัน (Whitening and Polishing) เป็นการขัดชั้นรำ (Rice Bran)ซึ่งเป็นเยื่อหุ้มเมล็ดออกจากข้าวกล้อง ให้เหลือเฉพาะส่วนของเอนโดเสปอร์ม และขัดมัน เพื่อให้ผิวเรียบเป็นเงาสะอาดรำข้าวซึ่งเป็นผลพลอยได้จากขั้นตอนนี้ประกอบด้วยเยื่อหุ้มเมล็ด คัพภะ มีไขมันสูงสามารถนำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำมันรำข้าวได้

          4.การคัดขนาดข้าวสาร ใช้ตะแกรงขนาดที่มีรูเปิดที่มีความยาวแตกต่างกัน เพื่อแยกข้าวสารเต็มเมล็ดต้นข้าว(Head Rice) ออกจากข้าวหัก และปลายข้าว โดยปลายข้าวนั้นจะมีความยาวประมาณน้อยกว่าหรือเท่ากับ 6/8ของความยาวเมล็ดเต็ม

          สำหรับข้าวที่ได้จากการสีแล้วสามารถนำมารับประทานได้โดยตรง หรือนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆเพื่อเพิ่มมูลค่าในการขาย โดยการเพิ่มมูลค่าของข้าวได้แสดงไว้ด้วยภาพโซ่คุณค่าของข้าว จะเป็นตัวอย่างการนำส่วนที่ได้จากข้าวมาสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น การนำปลายข้าว (ราคา 12.50บาทต่อกิโลกรัม) มาทำเป็นแป้งข้าว จะได้รับราคาเพิ่มขึ้นเป็น 32 บาทต่อกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 156หากมีการนำรำข้าว (ราคา 7.50 บาทต่อกิโลกรัม) มาทำน้ำมันรำข้าว จะได้รับราคาเพิ่มขึ้นเป็น 57.55บาทต่อกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 667

           หากมีการนำแกลบ (ราคา 1.20 บาทต่อกิโลกรัม) มาทำเป็นเชื้อเพลิงจะได้รับราคาเพิ่มขึ้นเป็น 1.46บาทต่อกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 21บทความนี้นำเสนอเพื่อให้เห็นว่า ที่ผ่านมาเกษตรกรชาวนาไทยมักจะขายเฉพาะข้าวเปลือกซึ่งหมายความว่าตลอดทั้งปีเกษตรกรชาวนาไทยมีเพียงสินค้าเพียงชนิดเดียวที่นำมาขายได้ซึ่งหากพิจารณาถึงโซ่คุณค่าของข้าวแล้ว หากเกษตรกรชาวนาไทยรวมกลุ่มกัน มีการลงทุนต่างๆร่วมกัน เช่นลงทุนเครื่องสีข้าวขนาดเล็กร่วมกัน ก็จะเป็นโอกาสให้เกษตรกรสามารถนำสินค้าหลายอย่างที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาขาย (เช่น ปลายข้าว รำ แกลบ) เพื่อสร้างกำไรและยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรและครอบครัวให้ดีขึ้นได้

                                ………………………………………………

หมายเหตุ:ผศ.ดร. เกรียงไกร แก้วตระกูลพงษ์ และคณะภาควิชาเกษตกลวิธาน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์โครงการศึกษาระบบข้อมูลความต้องการของตลาด ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์