เบทาโกรเลิกแล้ว เลี้ยงแม่หมูแบบยืนซองหลังคลอด

  •  
  •  
  •  
  •  

เบทาโกร ประกาศเจตนารมณ์ ในการพัฒนาการเลี้ยงสุกร เน้นคำนึงถึงหลักสวัสดิภาพสัตว์ที่ดี และการปฏิบัติต่อสัตว์อย่างมีคุณธรรม ด้วยยกเลิกการเลี้ยงแม่สุกรแบบยืนซองภายหลังคลอดและระหว่างคลอด หันมาเลี้ยงแบบรวมกลุ่มและคอกคลอด ตั้งเป้าครบทุกฟาร์มภายใน 10 ปี ระบจะช่วยให้แม่สุกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผู้อำนวยการองค์กรพิทักษ์สัตว์ฯ ชี้เป็นนิมิตหมายอันดีต่ออนาคตของสุกรที่เลี้ยงในระบบฟาร์มเพราะจะส่งผลทำให้ผู้ประกอบการรายอื่นนึงถึงหลักสวัสดิภาพสัตว์ที่ดีด้วย

          นายวนัส แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เครือเบทาโกรเปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมาเบทาโกรให้ความสำคัญและมุ่งมั่นก้าวเป็นผู้นำในเรื่องการผลิตอาหารที่มีคุณภาพสูง (Food Quality) และปลอดภัย (Food Safety)สำหรับผู้บริโภคทุกระดับ “คุณภาพ” แบบเบทาโกรมีความเข้มข้นในระดับที่เรียกว่าถ้าสิ่งนั้นไม่ดีจริงจะไม่ยอมให้ออกสู่ภายนอกไปถึงมือผู้บริโภค (UncompromisingQuality) ซึ่งองค์ประกอบที่ทำให้เกิด Uncompromising Quality มาจากคนคุณภาพ (Excellent People) โดยเบทาโกรมุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักยภาพของพนักงานทุกระดับ ทำให้พนักงานมีความรู้ความสามารถและสามารถปฏิบัติหน้าที่ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและกระบวนการควบคุมคุณภาพ (Excellent Process) ได้แก่ BetagroQuality Management 24/7 โดย หลักสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare)ถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของเครื่องมือการจัดการด้านคุณภาพดังกล่าวนี้ด้วย

             ในฐานะผู้บุกเบิกธุรกิจปศุสัตว์มาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 40 ปีเบทาโกรได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสายพันธุ์สุกรซึ่งถือเป็นต้นทางของการผลิตสุกรให้มีคุณภาพดีอย่างต่อเนื่องทั้งด้านการผลิต การควบคุมมาตรฐานและคุณภาพตลอดจนการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในทุกๆ ด้านอีกสิ่งหนึ่งที่เบทาโกรให้ความสำคัญคือการคำนึงถึงหลักสวัสดิภาพสัตว์ที่ดีโดยมีนโยบายที่ชัดเจน และริเริ่มหลากหลายโครงการที่ยกระดับมาตรฐานการเลี้ยงและการปฏิบัติต่อสัตว์อย่างมีคุณธรรม ครอบคลุมทุกขั้นตอนการผลิตและสอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศ ได้แก่การนำหลักสวัสดิภาพสัตว์ขององค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ(World Organisation for Animal Health: OIE)มาตรฐานหลักปฏิบัติและกฎระเบียบของสหภาพยุโรป มาประยุกต์ใช้ เป็นต้นรวมถึงให้ความสำคัญดำเนินตามมาตรฐานที่เข้มข้นตามที่ลูกค้ากำหนด    

 

                นอกจากนี้ทีมบุคลากรยังประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญซึ่งได้รับการอบรมด้านสวัสดิภาพสัตว์จากหลายสถาบันระดับโลก เช่น มหาวิทยาลัยบริสทอล ประเทศอังกฤษปีพ.ศ.2558 เครือเบทาโกร ได้ร่วมมือกับองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก(World Animal Protection) เป็นรายแรกในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก ในโครงการยกระดับสวัสดิภาพสัตว์รวมถึงลักษณะของสุขภาพสัตว์ที่เกี่ยวข้องในการผลิตสุกรและสัตว์ปีกจากการทำงานร่วมกันตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ปีทำให้เบทาโกรตัดสินใจประกาศยกเลิกการเลี้ยงแม่สุกรแบบยืนซองภายหลังคลอดและซองคลอดเป็นรายแรกในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้โดยเปลี่ยนมาเป็นระบบการเลี้ยงแบบรวมกลุ่มและคอกคลอด

               ทั้งนี้เพื่อให้สุกรในฟาร์มสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ลดภาวะเครียดและสามารถแสดงออกถึงพฤติกรรมตามธรรมชาติได้มากขึ้นโดยตั้งเป้าครบทุกฟาร์มในเครือฯ ภายในปีพ.ศ.2570ซึ่งจะมีจำนวนแม่สุกรไม่ต่ำกว่า 250,000 แม่ ได้รับการปรับปรุงด้านสวัสดิภาพสัตว์ที่ดีขึ้น

                “เราเชื่อว่าสัตว์ในฟาร์มควรมีคุณภาพชีวิตที่ดีการเลี้ยงหมูแบบรวมกลุ่ม มีพื้นที่เคลื่อนไหวได้มากขึ้นจะทำให้หมูเครียดน้อยลงทำให้ลูกสุกรหย่านมมีน้ำหนักที่ดีกว่าการเลี้ยงสัตว์ในฟาร์มอย่างไม่ถูกต้องโดยเฉพาะการเลี้ยงที่หนาแน่นเกินไปหรือเลี้ยงในพื้นที่ที่จำกัดไม่เป็นธรรมชาติ จะส่งผลให้สัตว์เกิดความเครียด พฤติกรรมต่างๆ การทำงานของร่างกายเช่น ภูมิคุ้มกันและสุขภาพของสัตว์จะแย่ลง มักเป็นต้นเหตุของการใช้ยาปฏิชีวนะในอัตราที่สูงส่งผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์อาหาร และมีผลต่อสุขภาพของผู้บริโภค” นายวนัสกล่าว

                ด้าน นางสุภาภรณ์ ลาสต์ ผู้อำนวยการองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกประเทศไทย กล่าวว่าองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำงานร่วมกับเบทาโกรมาในตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาเพราะเราเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงการเลี้ยงสุกรให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเบทาโกรมีแนวคิดและมีความมุ่งมั่นในการเลี้ยงสุกรไม่เพียงให้ได้มารตฐานสากลเท่านั้นแต่ยังให้ความสนใจในการพัฒนาและปรับปรุงการเลี้ยงสุกรให้ได้รับสวัสดิภาพที่ดี ทำให้สุกรมีคุณภาพชีวิตก่อนนำส่งถึงมือผู้บริโภคดังนั้นจึงเป็นข่าวดีที่เบทาโกรได้ประกาศยกเลิกการเลี้ยงสุกรแบบยืนซองภายหลังคลอด มาเป็นระบบการเลี้ยงแบบกลุ่ม

              โดยองค์กรฯเชื่อมั่นว่าเป็นนิมิตหมายอันดีต่ออนาคตของสุกรที่เลี้ยงในระบบฟาร์มเพราะจะส่งผลทำให้ผู้ประกอบการรายอื่น รวมถึงผู้บริโภคหันมาใส่ใจแหล่งที่มาของเนื้อหมูมากขึ้นนั่นหมายถึงสุกรนับแสนในแต่ละปีจะได้รับการเลี้ยงดูอย่างมีคุณภาพเพิ่มมากขึ้นส่วนองค์กรฯก็ได้รณรงค์ให้ผู้บริโภคเข้าใจและหันมาใส่ใจในแหล่งผลิตของเนื้อหมู พร้อมกับรณรงค์ให้ผู้ผลิตเลี้ยงสุกรอย่างมีคุณภาพให้ความสำคัญในเรื่องสวัสดิภาพความเป็นอยู่ของสุกร (raised with care)รวมถึงกระตุ้นผู้จัดจำหน่ายให้เพิ่มจำนวนและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์เนื้อหมูที่ถูกเลี้ยงอย่างมี สวัสดิภาพที่ดีให้แก่ผู้บริโภคเพราะเนื้อหมูที่ดีนั้นมาจากหมูสุขภาพดี

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ