เคลียร์ป่ม 3 วัตถุอันตราย-ห้ามโฆษณา”พาราควอต”

  •  
  •  
  •  
  •  


กรมวิชาการเกษตร ชี้ 3 วัตถุอันตราย “พาราควอต- คลอร์ไพริฟอส-ไกลโฟเซต” อ้าง อิงข้อมูลวิชาการและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นหลัก ระบุการใช้ไกลโฟเซต จำกัดการใช้อย่างเข้มงวด ห้ผู้ประกอบการรายงานการนำเข้า การผลิต  การส่งออก การจำหน่าย พื้นที่การใช้ และปริมาณคงเหลือ  ระบุพื้นที่ห้ามใช้ในฉลากวัตถุอันตราย ส่วนพาราควอท –คลอร์ไพริฟอส ต้องควบคุมการโฆษณา ต้องหารือคณะกรรมการวัตถุอันตรายอีกครั้ง

          นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญในการลดการใช้สารเคมี และมีนโยบายที่จะผลิตสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐานและปลอดภัยจากสารตกค้างทั้งในผลผลิตและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ตามที่มีข้อเสนอของคณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2560 เสนอให้พิจารณาลด ละ เลิกใช้ วัตถุอันตราย paraquat dichloride , chlorpyrifos และ glyphosate-isopropylammonium

           เนื่องจากมีข้อมูลที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม โดยเสนอให้ ห้ามใช้วัตถุอันตราย paraquat dichloride และ chlorpyrifos ภายในต้นเดือนธันวาคม 2562 จำกัดการใช้ glyphosate-isopropylammonium อย่างเข้มงวด ซึ่งภายหลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขได้แถลงการณ์แล้ว กรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินการ ดังนี้

          จัดประชุมเพื่อรวบรวมข้อมูล โดยมีนักวิชาการด้านสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม เกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมประชุม เมื่อวันอังคารที่ 25 เมษายน 2560 แจ้งหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จ านวน 9 หน่วยงาน โดยมีหน่วยงานแจ้งข้อคิดเห็นและส่งข้อมูลเพิ่มเติม จ านวน 6 หน่วยงาน ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วยกับข้อกังวลด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของคณะกรรมการดังกล่าว คณะท างานด าเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายที่ต้องเฝ้าระวังของกรมวิชาการเกษตร เพื่อศึกษาข้อมูลพิษวิทยา ประเมินความเป็นอันตราย และผลกระทบจากการใช้วัตถุอันตรายโดยได้ประชุมไปแล้ว 8 ครั้ง คณะท างานพิจารณาสารทดแทนวัตถุอันตราย paraquat dichloride, chlorpyrifosและ glyphosate-isopropylammonium ของกรมวิชาการเกษตร ซึ่งมีผู้แทนจากมหาวิทยาลัย 5 สถาบันร่วมเป็นคณะทำงานฯ เพื่อกำาหนดหลักเกณฑ์การหาสารที่จะน ามาใช้เป็นสารทางจเลือก กรณีที่มีความจำเป็นต้องควบคุมสารทั้ง 3 ชนิด

          โดยได้ประชุมงาน จัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียในการพิจารณาลด ละ เลิกใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิด จ านวน 4 ครั้ง และจัดทำแบบสอบถามเพื่อส ารวจความเห็น โดยประชาสัมพันธ์ผ่านเวปไซด์ของกรมวิชาการเกษตร ตู้ ปณ. ๑๐๓๑ และทางจดหมายอิเลคทรอนิค ardpesti@doa.in.th

         อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ผลจากการดำเนินการทั้งหมด ได้ข้อสรุปว่ากรมวิชาการเกษตร จะดำเนินการต่อข้อเสนอของคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ดังนี้glyphosate  จะจำกัดการใช้อย่างเข้มงวดตามข้อเสนอ โดยให้ผู้ประกอบการรายงานการนำเข้า การผลิต  การส่งออก การจ าหน่าย พื้นที่การใช้ และปริมาณคงเหลือ  ระบุพื้นที่ห้ามใช้ในฉลากวัตถุอันตราย ควบคุมการโฆษณา paraquat dichloride และ chlorpyrifos กรมวิชาการเกษตรได้รวบรวมข้อมูลด้านพิษวิทยาของสาร ด้านประสิทธิภาพในการใช้ด้าน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้านการห้ามใช้ในต่างประเทศ ด้านการห้ามใช้ตามข้อตกลงของอนุสัญญา ข้อมูลจากการรับฟังความคิดเห็น รวมทั้งข้อมูลด้านสุขภาพอนามัย ที่ได้รวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุข

         เนื่องจากกรมฯ ยังไม่มีความเชี่ยวชาญที่จะพิจารณาน าข้อมูลด้านสุขภาพอนามัย มาวินิจฉัยได้อย่างชัดแจ้งว่าสารดังกล่าวมีอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ตามที่มีการกล่าวอ้างหรือไม่ จึงเห็นสมควรที่จะขอคำปรึกษาในเรื่องดังกล่าวจากคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งมีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน และประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ รวมไปถึงผู้แทนจากหน่วยงานด้านสาธารณสุข ตามอ านาจหน้าที่ในมาตรา ๗ (๔) แห่งพ.ร.บ. วัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

          “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความส าคัญในการลดการใช้สารเคมี และมีนโยบายที่จะผลิตสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐานปลอดภัยจากสารตกค้างทั้งในผลผลิตและสิ่งแวดล้อม และพร้อมที่จะสนับสนุนการลด ละ เลิก การใช้ เมื่อมีความจำเป็น โดยคำนึงถึงความเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์เป็นส าคัญ อย่างไรก็ตามเพื่อรองรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น กระทรวงเกษตรฯ จะศึกษาและเร่งรัดหาวิธีการที่เหมาะสมเพื่อเป็นทางเลือกทดแทนการใช้สารดังกล่าวต่อไป” อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าว