“สศก.”เผยดัชนีรายได้เกษตรกรเดือน มิ.ย.โต 6.21%

  •  
  •  
  •  
  •  

“สศก.” เผยดัชนีราคาสินค้าเกษตรเดือน มิ.ย. ลดลง 5.55% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ดัชนีรายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้น 6.21%

          นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงดัชนีราคาสินค้าเกษตรเดือนมิถุนายน 2560 พบว่า ลดลงร้อยละ 5.55 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยสินค้าที่ราคาปรับตัวลดลง ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% เนื่องจากปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น มันสำปะหลัง เนื่องจากส่งออกมันเส้นและแป้งมันสำปะหลังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ประกอบกับ ฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้หัวมันสำปะหลังมีเปอร์เซ็นต์แป้งค่อนข้างต่ำ สับปะรดโรงงานลดลงเนื่องจากปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นตามช่วงฤดูกาล ปาล์มน้ำมัน เนื่องจากปริมาณผลผลิตปาล์มน้ำมันออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น และ สุกร เนื่องจากปริมาณเนื้อสุกรเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง จากสภาพอากาศเย็นในช่วงฤดูฝน ทำให้สุกรโตเร็ว

           สำหรับสินค้าที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ ยางพารา เนื่องจากมีการหารือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการออกมาตรการร่วมกัน เพื่อผลักดันราคายางให้สูงขึ้น มังคุด เนื่องจากตลาดยังมีความต้องการต่อเนื่องจากช่วงต้นฤดูกาล ไก่เนื้อ เนื่องจากปริมาณผลผลิต ไก่เนื้อออกสู่ตลาดใกล้เคียงกับความต้องการบริโภค ส่วนเดือนกรกฎาคม 2560 ดัชนีราคาสินค้าเกษตร คาดว่าจะลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2559 โดยสินค้าสำคัญที่ราคาลดลง ได้แก่ ยางพารา สับปะรด มังคุด และสุกร

           ด้านดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรเดือนมิถุนายน 2560 พบว่า เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.45 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สินค้าสำคัญที่ผลผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือก สับปะรดโรงงาน เงาะโรงเรียน มังคุด ปาล์มน้ำมัน และ กุ้งขาวแวนนาไม สำหรับเดือนกรกฎาคม 2560 ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2559 โดยสินค้าสำคัญที่ผลผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน เงาะโรงเรียน ลำไย และมังคุด

          ทั้งนี้ ในส่วนของภาพรวมดัชนีรายได้เกษตรกรเดือนมิถุนายน 2560 พบว่า เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2559 ร้อยละ 6.21 จากดัชนีผลผลิตที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนเดือนกรกฎาคม 2560 คาดว่าดัชนีรายได้เกษตรกรอยู่ในระดับทรงตัวเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2559 แม้ว่าดัชนีผลผลิตเพิ่มขึ้นแต่ดัชนีราคาลดลง เช่น มันสำปะหลัง สับปะรดโรงงาน ยางพารา

ที่มา :กรุงเทพธุรกิจ