ชี้”ยาง-บาทแข็ง-น้ำมัน”ปัจจัยเสี่ยงส่งออกเหลือ3.5%

  •  
  •  
  •  
  •  

 

สภาผู้ส่งออก ชี้ส่งส่งออก 5 เดือนแรกของปีนี้ มีมูลค่าอยู่ที่ 9.32 หมื่นล้านดอลลาร์ โตขึ้น 7.21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยังคงเป้าส่งออกทั้งปีขยายตัว 3.5% ระบุครึ่งปีหลังมีปัจจัยลบน่ากังวลรอบด้าน ทั้งเงินบาทแข็งค่า ราคาน้ำมัน – ยางพาราที่ลดลงต่อเนื่อง

          นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือ สภาผู้ส่งออก เปิดเผยว่า ภาพรวมการส่งออกเดือน พ.ค.2560 มีมูลค่าอยู่ที่ราว 1.99 หมื่นล้านดอลลาร์ ขยายตัว 13.21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มูลค่าส่งออกในรูปเงินบาทเท่ากับ 6.8 แสนล้านบาท ขยายตัว 11.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้การส่งออกในรอบ 5 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.- พ.ค.2560) มีมูลค่าอยู่ที่ 9.32 หมื่นล้านดอลลาร์ เติบโต 7.21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

           อย่างไรก็ดี การขยายตัวในรอบเดือนดังกล่าวสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจ และการส่งออกของหลายประเทศทั่วโลกเริ่มมีทิศทางเป็นบวก ตลาดส่งออกหลักของไทยยังขยายตัวดี เช่น จีน ขยายตัว 28.3% สหรัฐ ขยายตัว 8.8% ยุโรป ขยายตัว 13.3% และอาเซียน 5 ขยายตัว 14.2% ทั้งนี้จากสัญญาณบวกดังกล่าว ทำให้ สรท. ยังคงประมาณการณ์การส่งออกของไทยในปี 2560 จะเติบโตได้ 3.5% โดยคาดว่าจะมีมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยในช่วง 7 เดือนหลังจากนี้ ประมาณ 1.85 หมื่นล้านดอลลาร์ ต่อเดือน

         ทั้งนี้ ในส่วนของเป้าหมายรัฐบาลที่ประเมินการส่งออกปีนี้ขยายตัว 5% แม้จะมีโอกาสเป็นไปได้ แต่มีปัจจัยลบที่ส่งผบกระทบและต้องติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด อาทิ 1. การแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งสำคัญ 2. สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก รวมไปถึงราคายางพาราที่จะทรงตัวในระดับต่ำช่วงครึ่งปีหลัง ส่งผลต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ 3.ความเสี่ยงจากสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ 4.ความเสี่ยงจากมาตรการกีดกันทางการค้า 5. ปัญหาด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ  และ 6. ปริมาณสินค้าคงคลังของประเทศคู่ค้าที่เพิ่มสูงขึ้นจากการสั่งสินค้าในข่วงปลายปีนี้  

          “สรท.มีข้อเสนอแนะภาครัฐเพื่อผลักดันการส่งออกไทยในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อให้มีการเติบโตของการส่งออกตามเป้าหมาย ประกอบไปด้วย การสนับสนุนให้ผู้ประกอบการประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่นน เพิ่มวงเงินสำหรับการใช้บริการป้องกันความเสี่ยง และสนับสนุนการใช้เงินบาทซื้อขายมากขึ้น นอกจากนี้ในประเด็นของการแก้ไขปัญหาแรงงานภาคอุตสาหกรรม สรท.เห็นพร้อมกันข้อเสนอของ กกร. คือขอให้เลื่อนการประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวฉบับใหม่ออกไปก่อน พร้อมทั้งให้ภาครัฐปรับแนวทางข้อกำหนดให้สอดคล้องกับการปฏิบัติจริง อำนวยความสะดวการจดทะเบียนต่างด้าว และจัดสรรทรัพยากรให้เพียงพอต่อการจดทะเบียนต่างด้าวมากขึ้น”นายวิศิษฐ์ กล่าว

ที่มาข้อมูล – กรุงเทพธุรกิจ