เล็งยกตลาดสินค้าเกษตรเมืองลับแลสู่ระดับภูมิภาค

  •  
  •  
  •  
  •  


ชมตลาดสินค้าเกษตร : พลเอกฉัตรชัย  สาริกัลยะ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เยี่ยมชมนิทรรศการและตลาดสินค้าเกษตร ณ  สหกรณ์การเกษตรเมืองลับแล จำกัด อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อส่งเสริมให้เป็นตลาดถาวรและเปิดจำหน่ายได้ทุกวัน อีกทั้งเป็นช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกรในพื้นที่มีสถานที่จำหน่ายผลผลิตในท้องถิ่น สามารถวางแผนการผลิตได้อย่างเป็นระบบ ตลอดจนช่วยแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตร อาทิ ความไม่เที่ยงตรงของการชั่งน้ำหนัก และลดการถูกกดราคารับซื้อจากพ่อค้าได้

 

“พล.อ.ฉัตรชัย” ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการตลาดสินค้าเกษตรเมืองลับแล เล็งขยายสู่ตลาดระดับภูมิภาค แก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรยั่งยืน

          วันที่ 9 มิถุนาน 2560 พลเอกฉัตรชัย  สาริกัลยะ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ wfhลงพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของสหกรณ์เมืองลับแล จำกัด ผลการดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรฯ ของจังหวัดอุตรดิตถ์ การบริหารจัดการแปลงใหญ่ข้าว และสถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะเยี่ยมชมนิทรรศการและตลาดสินค้าเกษตร ณ  สหกรณ์การเกษตรเมืองลับแล จำกัด อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์

          พลเอกฉัตรชัย เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาตลาดสินค้าเกษตรในภูมิภาค โดยมีเป้าหมายให้เป็นตลาดถาวร มีสถานที่ตั้งที่แน่นอนและเปิดให้บริการทุกวัน เพื่อเป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้มีสถานที่จำหน่ายสินค้า ให้เกษตรกรหมุนเวียนจัดหาสินค้าที่ตนเองผลิตมาวางจำหน่าย และยังเป็นการรองรับสินค้าสำหรับพี่น้องเกษตรกรในแปลงใหญ่ เกษตรกรทฤษฎีใหม่ วิสาหกิจชุมชน  และเกษตรกรทั่วไป  เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรในท้องถิ่นได้มีแหล่งจำหน่ายผลผลิตที่แน่นอน สามารถเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้มีคุณภาพและสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภค  

          สำหรับการจัดตั้งตลาดสินค้าเกษตรของสหกรณ์การเกษตรเมืองลับแล จำกัด จังหวัดอุตรดิตถ์ และมีการส่งเสริมและพัฒนาตลาดสินค้าเกษตรของสหกรณ์การเกษตรเมืองลับแล จำกัด   ให้เป็นตลาดถาวรและเปิดจำหน่ายได้ทุกวันนั้น จะทำให้เป็นช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกรในพื้นที่อำเภอลับแลมีสถานที่จำหน่ายผลผลิตในท้องถิ่น สามารถวางแผนการผลิตได้อย่างเป็นระบบ  โดยได้มีการรวบรวมพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของอำเภอลับแล  ได้แก่ ทุเรียน ลางสาด ลองกอง มังคุด ข้าว หอมแดง และพริก  มีการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย GAP ผลไม้ตามฤดูกาลซึ่งเป็นสินค้าเอกลักษณ์ของท้องถิ่น เช่น ทุเรียน มะปราง โดยตลาดสินค้ากลางสินค้าเกษตรอำเภอลับแล จะเป็นตลาดที่ช่วยแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตร ป้องกันปัญหาความไม่เที่ยงตรงของการชั่งน้ำหนัก ลดการถูกกดราคารับซื้อจากพ่อค้า  การเปิดตลาดสินค้าเกษตรครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย เช่น สำนักงานสหกรณ์จังหวัดอุตรดิตถ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, หอการค้าจังหวัดอุตรดิตถ์, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์

    “การดำเนินงานของตลาดสินค้าเกษตรของสหกรณ์การเกษตรเมืองลับแล จำกัด ในปัจจุบันประชากรในอำเภอลับแล 17,579 ครัวเรือน เป็นสมาชิกสหกรณ์ 8,000 ครัวเรือน จากการทีได้ทำการเปิดตลาดสินค้าเกษตร ของสหกรณ์การเกษตรเมืองลับแล จำกัด ทางตลาดมีการเปิดจำหน่ายสินค้าของพี่น้องเกษตรกรทุกวัน สินค้าที่มีจำหน่ายในตลาดสินค้าเกษตร อาทิเช่น ข้าวสารของโรงสีสหกรณ์และโรงสีเครือข่าย รวมทั้งผลผลิตทางการเกษตรที่ออกตามฤดูกาล เช่น ทุเรียนหมอนทอง ทุเรียนหลง – หลินลับแล มังคุด ผัก และปลาสด ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการพัฒนาตลาดสินค้าเกษตรในสหกรณ์ ส่งผลให้เกษตรกรผู้ผลิตในพื้นที่อำเภอลับแล สามารถร่วมกันวางแผนการผลิตและการตลาดได้อย่างเป็นระบบ เนื่องจากมีสถานที่จำหน่ายผลผลิตในท้องถิ่น และสามารถจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้บริโภคได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้ต้นทุนการตลาดลดลงสหกรณ์การเกษตรเมืองลับแล จำกัด มีสถานที่จัดเก็บผลผลิตทางการเกษตร ทำให้สามารถรักษาคุณภาพของสินค้าเพื่อรอการจำหน่ายได้” พลเอกฉัตรชัย กล่าว

         ทั้งนี้ เป้าหมายการดำเนินงานของตลาดสินค้าเกษตรของสหกรณ์การเกษตรเมืองลับแล จำกัด ในระยะต่อไปเมื่อตลาดได้รับการตอบรับและเป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้น ก็อาจจะมีการพัฒนาเป็นตลาดกลางขนาดใหญ่เพื่อรองรับการกระจายสินค้าในระดับจังหวัดและภูมิภาค และจะพัฒนาให้เป็นตลาดกลางสินค้าเกษตรของจังหวัดได้ในอนาคต และพัฒนาให้เป็นสถานที่จำหน่ายข้าวสารของโรงสีเครือข่ายสหกรณ์และศูนย์จำหน่ายสินค้าจากสหกรณ์ในภาคต่าง ๆ ขณะเดียวกัน จะส่งเสริมสมาชิกรวมกลุ่มเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยที่มีคุณภาพ ปรับปรุงอุปกรณ์ทางการตลาดให้มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการเป็นสถานที่เพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรโดยการแปรรูป โดยเป้าหมายการดำเนินงาน เกษตรกรมีรายได้จากการนำสินค้าเกษตรมาจำหน่ายได้ปีละ 10,400,000 บาท