ดันไทยผู้นำเกษตรอินทรีย์อาเซียน

  •  
  •  
  •  
  •  

แถลงข่าว : พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานแถลงข่าวผลการดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายเกษตรอินทรีย์ พร้อมด้วย ดร.สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร (ซ้าย) และ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว (ขวา) ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 

กระทรวงเกษตรฯ เปิดยุทธศาสตร์พัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ 5 ปี มุ่งขยายพื้นที่ผลิตกว่า 6 แสนไร่ ตั้งเป้าข้าวอินทรีย์ 1 ล้านไร่ ดันส่งออกพร้อมเพิ่มปริมาณ-มูลค่า หวังไทยเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล 

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ.2560 – 2564 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อใช้เป็นแนวทางขับเคลื่อนและพัฒนาเกษตรอินทรีย์ในระยะ 5 ปีได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว โดยยุทธศาสตร์ดังกล่าวประกอบไปด้วย 4 ยุทธศาสตร์ 11 กลยุทธ์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 ส่งเสริมการวิจัย การสร้างและเผยแพร่องค์ความรู้และนวัตกรรมเกษตรอินทรีย์ ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาการผลิตสินค้าและบริการเกษตรอินทรีย์ ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาการตลาดสินค้าและบริการ และการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และยุทธศาสตร์ที่ 4 การขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ 

การขับเคลื่อนนโยบายเกษตรอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรฯ ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ ปี 2560-2564 มีเป้าหมายในปี 2564 ที่จะเพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ไม่น้อยกว่า 600,000 ไร่ และมีจำนวนเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 30,000 ราย เพิ่มสัดส่วนตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในประเทศ 40 เปอร์เซ็นต์และตลาดต่างประเทศ 60 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งยกระดับกลุ่มเกษตรอินทรีย์วิถีพื้นบ้านเพิ่มขึ้น โดยมุ่งให้ความสำคัญกับกลุ่มเกษตรอินทรีย์ที่มีความพร้อมเป็นผู้นำต้นแบบในการดำเนินการเพื่อให้มีอาหารปลอดภัยและได้มาตรฐาน ส่วนโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ในปี 2564 มีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ข้าวอินทรีย์เป็น 1,000,000 ไร่ 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า ปัจจุบันมีพื้นที่ผลิตเกษตรอินทรีย์ทั่วโลกรวม 318 ล้านไร่ ใน 183 ประเทศ ในขณะที่ด้านการตลาดมีมูลค่าสินค้าเกษตรอินทรีย์ทั่วโลกรวม 3.0 ล้านล้านบาท สำหรับในประเทศไทยมีพื้นที่ผลิตรวม 0.3 ล้านไร่ ถือเป็นอันดับ 8 ของเอเชีย และอันดับ 60 ของโลก สินค้าเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทยที่สำคัญได้แก่ กะทิ เครื่องแกง ซอส มูลค่า 1,201 ล้านบาท ข้าว 552 ล้านบาท และอื่นๆ เช่น มะพร้าวน้ำหอม ชา กาแฟ และสมุนไพร 558 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ารวม 2,310 ล้านบาท ซึ่งยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติจะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคด้านการผลิต การค้า การบริโภค และการบริการเกษตรอินทรีย์ที่มีความยั่งยืนและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล 

นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวถึงผลการดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายเกษตรอินทรีย์ในปี 2560 ว่า ได้แบ่งพื้นที่การดำเนินงานออกเป็น 2 ส่วน คือ ที่จังหวัดยโสธร ซึ่งมีการปลูกข้าวอินทรีย์เป็นพืชหลัก ปลูกพืชผักหลังนา และเลี้ยงไก่อินทรีย์เป็นกิจกรรมเสริม และพื้นที่ทั่วไปซึ่งมีกิจกรรมหลากหลายทั้งพืช ปศุสัตว์ และประมงอินทรีย์ ส่วนกลไกขับเคลื่อนการดำเนินงานได้แบ่งเกษตรกรออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มเริ่มใหม่ ที่สมัครเข้าร่วมโครงการและได้รับคำแนะนำการปฏิบัติตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิตหรือความรู้เบื้องต้น กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มเกษตรกรที่พร้อมยกระดับ

โดยเป็นกลุ่มเกษตรกรที่ปฏิบัติตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ยู่แล้ว และอยู่ระหว่างการขอรับรอง ทางกรมวิชาการเกษตรจะให้การสนับสนุนตั้งโรงผลิตปุ๋ยหมักเติมอากาศและปัจจัยการผลิต จัดทำแปลงสาธิต หมู่บ้านต้นแบบ ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ พัฒนาต่อยอดการผลิต และกลุ่มสุดท้ายได้รับการรับรองเกษตรอินทรีย์แล้ว จะมีการเชื่อมโยงตลาดและเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าส่งเสริมการแปรรูปและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ สร้างตราสินค้าเกษตรอินทรีย์ และติดตั้งระบบตรวจสอบสินค้า

ผลการตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์รายใหม่ในปี 2560 รวมทั้งประเทศ เกษตรกร 3,671 ราย พื้นที่เพิ่มขึ้น 33,372 ไร่ โดยแยกเป็นข้าว 30,355 ไร่ พืชผสมผสาน 2,577 ไร่