“สยยท.”สุดทนราคายางดิ่งลงเหว ทำจม.ถึง”กฤฎา” เสนอด่วน 4 ข้อ

  •  
  •  
  •  
  •  

“สยยท.”สุดทน ราคายางพาราดิ่งลงเหว ราคากลางเหลือ กก.ละ ไม่ถึง 40 บาท ทั้งที่ต้นทุน กก.ละกว่า 63 บาท ชี้หลังจากจีนหุบ 4 บริษัทของคนไทย จะทำให้จีนเป็นผู้กำหนดราคายางทั้งหมดของไทย ตัดสินใจทำจดหมายด่วนเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯเสนอ 4 แนวทางให้ปัญหาร่งด่วนก่อนชาวสวนยางจะล่มสลาย

            ล่าสุดราคากลางยางพารา เปิดตลาดยางแผ่นดิบคุณภาพดีราคา กก.39.23 บาท ส่วนยางแผ่นรมควันชั้น 3 ไม่อัดก้อน ราคา กก.ละ  40.48 บาท ทำให้เครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพารา นำโดยนายอุทัย   สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สยยท.) ทำจดหมายเปิดผนึก ที่ สยยท.88/2561 เรื่อง   แนวทางในการแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  (นายกฤษฏา  บุญราช)

            ในเนื้อหาในจดหมายระบุว่า ในปัจจุบันราคายางแผ่นดิบที่ซื้อขายในตลาดทั่วไปอยู่กิโลกรัมละไม่ถึง 40 บาท ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิตของ สศก. 63.65 บาท/กก. ซึ่งทำให้เกษตรกรมีความเดือดร้อนมาก และที่ สยยท. ได้รับทราบอย่างไม่เป็นทางการว่า บริษัทส่งออกยางไม่น้อยกว่า 4 บริษัท ถูกเทคโอเวอร์จากประเทศจีนไปแล้ว และจีนจะเป็นผู้กำหนดราคารับซื้อยางจากเกษตรกรเองซึ่งจะทำให้ราคายางไม่มีโอกาสขายได้ในราคา 60 บาท/กก. อย่างที่ท่านเคยรับปากเกษตรกรไว้เมื่อ เดือนมกราคา 2561 ซึ่งจะทำให้เกษตรกรชาวสวนยางได้รับความเดือดร้อนมาก ในฐานะที่ รมว. กระทรวงเกษตรฯเป็นผู้กำกับและควบคุมตาม พ.ร.บ. กยท. มาตรา 62 ให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯมีอำนาจหน้าที่กำกับทั่วไป ซึ่งกิจการของ กยท. ดังนั้น สยยท. จึงขอเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหา ดังนี้

         1.ควรให้เจ้าหน้ากยท. ออกประชาสัมพันธ์ ติดตามเสนอแนะให้ผู้ที่โค่นยางในปีนี้จำนวน 400,000 ไร่ ให้ปลูกแบบ 5 สวนยางผสมผสาน ลดจำนวนยางลงจาก 70 ตัน เหลือ 40 ตัน ปลูกพืชแซมยาง 2 ปี ลงพืชร่วมยาง เลี้ยงไก่, ปลา หมูหลุม แบบเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งจะเป็นการลดจำนวนยางลงตามนโยบาย

         2.สนับสนุนสถาบันเกษตรกรให้เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยเพิ่มมูลค่ายาง รวมกลุ่มกันทำอุตสาหกรรมผลิตกภัณฑ์ยาง โดยอาศัยมหาวิทยาลัยที่สอนสาขาเทคโนโลยียาง สร้างเครือข่ายอุตสาหกรรมยางทั้งประเทศ ให้พัฒนาไปสู่นวัตกรรมยาง 4.0 ได้ในอนาคต

         3.ในการปล่อยให้คนจีนมาเทคโอเวอร์บริษัทคนไทยที่รับซื้อยางจากเกษตรกรอยู่ โดยโรงงานเป็นเพียงแค่รับจ้างคนจีน และคนจีนเป็นผู้กำหนดราคารับซื้อจากเกษตรกรเอง โดยไม่สนใจราคาต้นของทุนเกษตรกร แล้วประเทศเราจะเหลืออะไร ทั้งๆที่ พ.ร.บ.ควบคุมยาง 2542 ควรนำมาเป็นเครื่องมือตรวจสอบในการที่รัฐบาลปล่อยให้พ่อค้าชาวจีนเข้ามาเทคโอเวอร์โรงงานยางแท่ง STR20 ที่ภาคอีสานโดยการจ้างคนไทยเป็นผู้ผลิต และคนจีนเป็นฝ่ายซื้อวัตถุดิบ(ยางก้อนถ้วย) จากเกษตรกรโดยไม่คำนึงถึงธรรมมาภิบาล จึงทำให้เกษตรกรขาดทุนโดยตลอด 4 ปี  รมว. เกษตรฯ ควรจะหยิบยก พ.ร.บ. ควบคุมยาง 2542 ซึ่งเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาออกกฎหมายลูก หามาตรการควบคุมในการที่เจ้าของโรงงานยางในประเทศไทย ที่ร่วมมือกับต่างประเทศ เพื่อความอยู่รอดของเกษตรกรไทยที่ถูกชาวต่างประเทศกดราคาไปตลอดชีวิตโดยการทำอย่างไร้มนุษยธรรม สยยท. จึงขอให้ผู้มีอำนาจจะต้องทบทวนและให้ความเป็นธรรมกับเกษตรกรชาวสวนยาง

        4.ราคายางมีเสถียรภาพ จะต้องนำ พ.ร.บ. ควบคุมยาง 2542 มาใช้บังคับออกกฎหมายลูกเพิ่มเติม ให้ทันเหตุการณ์ปัจจุบัน เพราะ พ.ร.บ.นี้ ควบคุมตั้งเริ่มปลูกยาง พันธุ์ยาง การกรีดยาง โรงงานยาง และส่งออกยาง ทุกอย่างครบวงจร แต่ราคายางถูกกำหนดโดยชาวจีนผู้ซื้อยางเป็นผู้กำหนดราคา ซื้อและแต่ละแห่ง ราคาไม่เท่ากัน พ.ร.บ. ควบคุมยางในการค้าขายยางจะต้องได้รับอนุญาตทุกอย่าง แต่ละเดือนจะต้องทำบัญชีในการขายยางมาให้กรมวิชาการ พร้อมแนบใบสั่งซื้อ ถ้าขายราคาต่ำกว่าต้นทุน การผลิตจะต้องมีเหตุผละผล มิฉะนั้น จะต้องวางโทษผู้ส่งออกยาง ตามมาตรา 48 และ 56 โดยมาตรา 10 กำหนดราคาซื้อขาย เพื่อให้ความเป็นธรรมต่อเกษตรกรชาวสวนยาง เป็นต้น  พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่เคยใช้บังคับอย่างเติมที่ ควรที่จะกำหนดราคาให้เป็นสูตรสำเร็จไว้เป็นการถาวร เมื่อราคายางตก จะได้หยิบออกมาใช้ได้ทันที และควรเป็นมาตรการที่ไม่ทำกลไกตลาดยางผู้ที่จะลงทุนด้านอุตสาหกรรมจึงจะมั่นใจในการลงทุน ซึ่ง พ.ร.บ ฉบับนี้ ทั้ง 61 มาตรา ถ้าหยิบมาวิเคราะห์จะมีประโยชน์ทุกมาตรกา ถ้าออกกฎหมายลูกเสริม ซึ่งจะทำให้ ราคายางจะไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ

            ดังนั้น สยยท. จึงขอให้นำ พ.ร.บ. ควบคุมยาง พ.ศ. 2542 เป็น BIGDATA ในการแก้ปัญหายางพาราทั้งระบบครบวงจร เพราะเป็นเครื่องมือของรัฐที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ปร. ได้ให้ไว้ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2542 ควรจะนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรชาวสวนยางที่กำลังเดือดร้อนกันทั่วประเทศ

                                                                                    ขอแสดงความนับถือ

                                                                              (นายอุทัย   สอนหลักทรัพย์)

                                     ประธานสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สยยท.)

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ