ผู้ว่าฯ”กยท.”ยันบริษัทต่างชาติยังซื้อยางไทย

  •  
  •  
  •  
  •  

ผู้ว่าฯ“กยท.”ยืนยันยางไทยยังมีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดโลก ชี้ข่าวลือบริษัทผลิตยางล้อต่างประเทศไม่รับซื้อยางแผ่นจากไทย ไม่เป็นความจริง ยอมรับยางของเกษตรกรบางส่วนขาดความยืดหยุ่น เกิดจากกรรมวิธีการผลิตไม่ถูกต้อง

ตามที่เว็ป”เกษตรทำกิน” เสนอข่าวมีประกาศจากโรงงานผลิตล้อยาง ได้เรียนลูกค้าที่ผลิตยางดิบ ที่ทำน้ำยางทุกท่าน ตอนนี้ โรงงานมีปัญหา กับยางน้ำยางทำแผ่น ค่าเปอร์เซ็นต่ำ และไม่มีค่าสปริง โรงงานจะตีเปอร์เซ็นต่ำมากและบางโรงงานไม่รับซื้อและโรงงานผลิตยางรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากต่างชาติที่สร้างโรงงานในที่ จ.นครศรีธรรมราช ไม่รับยางที่ทำจากน้ำยางไม่ว่ากรณีใดๆ ไม่ว่ายางบาง ยางหนา ยางรม ไม่รับ และไม่มีกำหนดไปนั้น

                                                                                                        ธีธัช สุขสะอาด

ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2560นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) pnopyo;jk ระแสข่าวเรื่องบริษัทยางล้อต่างประเทศจะไม่ซื้อยางแผ่นของไทย เพราะคุณภาพไม่ได้มาตรฐานนั้น ขอให้เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราอย่าตื่นตระหนกกับข่าวที่เกิดขึ้น เพราะ เบื้องต้นตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่าไม่เป็นความจริง เพราะบริษัทฯ ยังเปิดรับซื้อยางจากเกษตรกรตามปกติ แต่ยางของเกษตรกรบางส่วนขาดความยืดหยุ่น ซึ่งเกิดจากกรรมวิธีการผลิตไม่ถูกต้อง เช่น เปิดกรีดขณะยางอ่อน ใช้สารเร่งน้ำยาง ใช้สารจับตัวที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ หรือการเจือจางน้ำมากเกินไป

เนื่องจากเมื่อเริ่มฤดูกาลเปิดกรีดใหม่น้ำยางสดจากการเปิดกรีดครั้งแรก อาจจะมีสารที่ไม่ใช่ยางสูงขึ้นบ้างเล็กน้อยขึ้นกับสภาพต้นยางที่แตกต่างกัน และน้ำยางสดช่วงแรกของการเปิดกรีดมีค่าความอ่อนตัวเริ่มแรก แต่ค่าความหนืดเฉลี่ยมากกว่า 65 ซึ่งยังสูงกว่ามาตรฐานยางแท่งเอสทีอาร์ 20 จึงขอความร่วมมือเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางให้ความสำคัญกับกระบวนการการผลิตยางแผ่นชั้นดี หรือการผลิตยางชนิดอื่น ๆ ให้ได้คุณภาพ มาตรฐานจะไม่มีปัญหา

อย่างไรก็ตามหาสงสัยสามารถรับข้อมูลที่ถูกต้องได้จาก กยท.ทั้ง 80 สาขาทั่วประเทศ และขอให้ผู้ส่งต่อข้อมูลผ่านเครือข่ายออนไลน์ใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสาร ส่วนที่ราคายางปรับตัวลดลงต่อเนื่องช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดจากตลาดซื้อขายยางล่วงหน้าทั้งตลาดโตเกียว ของญี่ปุ่นและ ตลาดเซี่ยงไฮ้ (SHEF) ของจีน ได้รับผลกระทบจากปัจจัยเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน การแข็งค่าของค่าเงินเยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ราคาน้ำมันลดลง

“ตอนนี้ราคายางภายในประเทศปีนี้คาดว่าจะอยู่ในกรอบ 60 – 70 บาทต่อกิโลกรัม และการส่งออกยางพาราครึ่งปีหลังยังมีทิศทางสดใส  ทาง กยท.จะมุ่งเน้นส่งเสริมให้เกษตรกรเพิ่มสัดส่วนการแปรรูปยางพาราเพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออก เชื่อมั่นว่าคุณภาพยางพาราไทยยังเป็นที่ต้องการของตลาดโลก แม้ว่าจะมีคู่แข่งรายใหม่เข้ามาแข่งขันบ้างย่างกัมพูชาก็ตาม” ผู้ว่า กยท. กล่าว